“รถด่วนขบวนที่ 83 จะออกเดินทางจากสถานีกรุงเทพฯ ปลายทางสถานีตรัง จะออกเดินทางในเวลา 17.05 น.ผู้โดยสารที่จะเดินทางขณะโดยขบวนรถไฟขบวนดังกล่าว ขึ้นรถไฟได้ที่ชานชาลาที่ 13”

 

เสียงประกาศจากนายสถานีประกาศเรียกผู้โดยสารออกไมโครโฟนดังไปทั่วสถานีหัวลำโพง ผมที่ถือตั๋วรถไฟตู้นอนเตียงล่างชั้น 2 ราคา 871 บาท รีบหยิบกระเป๋าสัมภาระอย่างวุ่นวาย ด้วยความที่เป็นคนตัวใหญ่ ทำให้ดูเทอะทะ

 

เหมือนนางยักษ์ผีเสื้อสมุทรที่ไล่ตามพระอภัยมณีก็ไม่ปาน

 

 

พลันขึ้นรถไฟก็ไปยังเลขที่นั่งที่ในตั๋วโดยสารระบุเอาไว้และทิ้งตัวลงนั่งทันที และสำรวจตู้โดยสารสิ่งที่สัมผัสได้คือ ความสะอาด หลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการปรับปรุงการบริการทำให้รถไฟน่านั่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน

 

แต่ข้อเสียอย่างเดียวคือมีปลั๊กเพียงจุดเดียวที่กลางขบวนรถไฟ ซึ่งก็เป็นปัญหาที่สำคัญในปัจจุบันถ้าแบตโทรศัพท์หมด ยิ่งสายโซเชียล หรือติดซีรีย์ด้วยละก็ถึงขั้นคอขาดบาดตายเลยทีเดียว

 

หลายปีแล้วที่ไม่ได้นั่งรถไฟ เพราะระยะหลังมีสายการบินราคาถูกมาให้บริการหลากหลายเจ้าและประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้มากโข เวลา 17.05 น. คือ เวลาที่ขบวนรถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานี แต่ผ่านไป 12 นาที รถไฟจึงเคลื่อนตัวออก แม้อาจจะช้าบ้างเป็นบางเวลาแต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีอีกแบบหนึ่งสำหรับนักเดินทาง ทั้งในเรื่องราคาและความปลอดภัย

 

ประกอบกับถ้าเมื่อยเนื้อตัวเวลาเดินทางแล้วด้วยละก็ มีพื้นที่สำหรับยืดเส้นยืดสายแต่อย่าไปรบกวนผู้โดยสารคนอื่นละกันนะครับ

 

ข้อดีอีกอย่างของการนั่งรถไฟ คือ ตลอดการเดินทางไม่มีคำว่าอด

 

 

เส้นทางการวิ่งของรถไฟจะมีพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่คอยแบกอาหารร้อน ๆ ใหม่ ๆ ใส่ถาดขึ้นมาเสิร์ฟให้ถึงบนที่นั่ง พร้อมร้องบอกว่า “ของฝากมั้ยจ้า” ซึ่งก็ถือว่าเป็นเสน่ห์ของการนั่งรถไฟที่อยู่มาอย่างยาวนาน แต่ขอบอกไว้เลยนะ เมนูหมูทุบ หมูแผ่นทอด ที่สถานีนครปฐม อร่อยเหาะจริงเชียว หรือก๋วยเตี๋ยวรถไฟแห้ง สถานีราชบุรีก็เด็ดไม่แพ้กัน ตื่นเช้ามาดื่มกาแฟกับปาท่องโก๋ที่ชุมทางทุ่งสงพร้อมมองวิวทิวทัศน์ 2 ข้างทางยามเช้าได้อารมณ์ไปอีกแบบ

 

และถ้าไม่ชอบอย่างที่บอกกล่าวไปข้างต้น ก็ยังมีอาหารอย่างอื่นหลากหลายอย่าง เพราะทุกสถานีจะมีแม่ค้า พ่อขาย ต่างขึ้นกันมาเสนออาหารอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งรสชาติก็จะมีความอร่อยที่ไม่เหมือนกัน

 

แต่ก็พอให้หายหิวไปได้บ้าง

 

พอถึงช่วงหัวค่ำ เจ้าหน้าที่ประจำตู้ก็เริ่มเข้ามาปรับจากเบาะนั่งให้กลายร่างเป็นที่นอน ใช้เวลาไม่นาน ก็เปลี่ยนจากที่นั่งเข้าหากันสำหรับสองที่นั่ง เปลี่ยนเป็น ที่นอนด้านบนและด้านล่าง ผ้าปูเตียง หมอนและผ้าห่มที่ดูสะอาด ก็จัดเป็นชุดสำหรับพร้อมนอนได้ทันที เสียงรบกวนภายนอกไม่ดังเท่าไหร่ แต่ถ้ามีเสียงกรนจากเตียงข้าง ๆ ก็ได้แต่ทำใจข่มตานอนให้หลับ

 

 

การที่รถไฟขบวนที่โดยสารมานั้นเป็นรถด่วนทำให้การจอดตามสถานีระหว่างทางนั้นจำกัดและสามารถทำให้รถไฟทำเวลาได้ หลังจากที่หลับสนิทและตื่นนอนตอนเช้านั้น ผู้คนก็เริ่มเตรียมพร้อมสำหรับลงรถ รถไฟก็จะเริ่มจอดตามสถานีหลัก จุดหมายปลายทางสุดท้ายคือสถานีตรัง ซึ่งรถไฟก็มาถึงสถานีตามเวลาที่กำหนด จากเดิมที่คิดว่ารถไฟจะช้าหรือไม่ตรงเวลานั้น

 

ทำให้เราเปลี่ยนความคิดโดยสิ้นเชิง ถือว่าเป็นการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นเลยทีเดียว

 

แม้ในปัจจุบันนักเดินทางส่วนใหญ่ จะไปเลือกใช้เครื่องบินมากขึ้น และบางคนอาจมองรถไฟด้วยภาพลบ แต่ ณ ตอนนี้รถไฟถือเป็นตัวเลือกทีดีอีกทางที่มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างมากทั้งในเรื่องของการบริการ ความปลอดภัยของผู้โดยสารและระยะเวลาในการเดินทาง

 

 

มนต์เสน่ห์ในขบวนรถไฟมีอยู่ในทุกการเดินทางเสมอ

 

-D-

 

ป.ล.

การจองตั๋วรถไฟมีสามแบบ

แบบแรก ไปที่สถานีรถไฟใกล้ๆบ้าน และซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่โดยตรงเลยว่าจะเดินทางไปลงที่สถานีไหน จากนั้นก็กำหนดตู้โดยสารและเลขที่นั่ง เลือกได้เลยกับทางเจ้าหน้าที่ เสร็จแล้วก็จ่ายเงิน รับตั๋วกลับบ้าน

แบบที่สอง โทรไปที่ศูนย์บริการของการรถไฟ แจ้งข้อมูลการเดินทางกับพนักงานการรถไฟ จากนั้นก็ไปรับตั๋วและจ่ายเงินที่สถานีใกล้บ้าน โดยสามารถบอกกับเจ้าหน้าที่ได้ว่าสามารถ สะดวกไปรับที่สถานีไหน

และสุดท้ายถือว่าเป็นบริการใหม่ล่าสุดจากการรถไฟแห่งประเทศไทย คือการจองออนไลน์ โดยสามารถเลือกที่นั่งได้โดยตรงและจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต ก็สามารถพิมพ์ตั๋วออกมาใช้งานได้เลย