Sunset

 

 

ฤดูฝนมาเยือนทีไร จะเดินทางไปไหนก็แสนลำบาก แค่ออกจากบ้านก็เจอทั้งลมทั้งฝน เฉอะแฉะ ชวนหงุดหงิดไปเสียหมด ละยิ่งหลายปีมานี้ ดูเหมือนฤดูฝนก็จะยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ เสียด้วย คอลัมน์เดือนนี้เราเลยมาชวนคุณผู้อ่าน นอนดูหนัง ฟังเสียงฝนอยู่กะบ้าน ให้สบายใจ ฝนจะตกหนักแค่ไหนก็ช่างประไร ปล่อยให้มันเป็นเสียงประกอบในหนังไปซะเลย

 

อันดับ 1 Singing in the Rain

 

justkillingti.me

 

หนังเพลงยอดเยี่ยม และ คลาสสิคที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งของวงการฮออลีวู้ด ไม่บอกก็รู้ว่านี่จะเป็นภาพยนตร์อันดับต้น ๆ ที่มักคิดถึงและถูกหยิบขึ้นมาดูวันฝนตกอยู่บ่อยครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น Singing in the rain ก็ไม่ได้มีเนื้อหาเพียงแค่การโชว์ร้องและเต้นกลางสายฝนเท่านั้น แต่หนังเรื่องนี้ยังบันทึกประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ในยุคเปลี่ยนจากหนังเงียบ เป็นหนังที่มีการบันทึกเสียง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่สำหรับคนในวงการภาพยนตร์ หรือ นักศึกษาที่เรียนมาโดยตรงทางด้านนี้ จะต้องได้ผ่านตาแน่นอน

 

เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้ไม่เพียงแค่เพลงที่ดี แต่ในทางภาพก็สวยงาม รับประกันว่าคุณต้องประหลาดใจว่านี่คือภาพยนตร์ที่ถูกสร้างมาตั้งแต่ปี 1952 จริง ๆ หรือ

 

อันดับ 2 Be with you

 

jediyuth.com

 

หนังแนะนำเรื่องนี้ อาจจะขอชวนคุณมาเสียน้ำตาไปพร้อมกับสายฝนสักหน่อย เพราะไหน ๆ บรรยากาศฝนตกก็มักจะพา ความรู้สึกเศร้า ๆ ปนเทา ๆ มาด้วยอยู่แล้ว

 

การสูญเสียคนในครอบครัวไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ย่อมส่งผลกระทบรุนแรงต่อจิตใจของคนที่ยังเหลืออยู่ แต่สิ่งที่ยึดเหนี่ยวและเยียวยาหัวใจของเด็กชายตัวน้อย คือ ความหวังที่เค้ายังเชื่อมั่นว่า “เมื่อถึงฤดูฝน แม่จะกลับมา” และเมื่อวินาทีแรกของฤดูฝนมาถึง แม่ของเค้าก็กลับมาปรากฏตัวจริง ๆ

 

แต่ด้วยเงื่อนไขที่พวกเขารู้ทั้งรู้ว่า แม่ จะจากไปอีกครั้งเมื่อฤดูฝนหมดลง ความหวังที่ฤดูฝนในปีนั้นจะยืนยาว มันจะเป็นไปได้จริงมั้ย ความรักของแม่ที่มีต่อ สามี และลูก ยิ่งใหญ่และงดงามแค่ไหน นั่นคือสิ่งที่เราอยากให้คุณพิสูจน์

 

จริง ๆ แล้วภาพยนตร์เรื่อง Be with you นี้ ถูกสร้างขึ้นในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นก่อน ตั้งแต่เมื่อปี 2004 ซึ่งในตอนนั้นหนังเรื่องนี้ดังและเรียกน้ำตาคนมาแล้วทั่วเอเชีย 14 ปีต่อมา จึงถูกกลับมาปัดฝุ่นใหม่โดยสตูดิโอเกาหลี และใช้นักแสดงระดับแนวหน้า ซึ่งต้องบอกว่าทั้งสองเวอร์ชั่นนี้ ความดีงามไม่แพ้กัน แต่ก็จะมีกลิ่นอาย และ วิธีการดำเนินหนังที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดตามสไตล์ของทั้งสองประเทศ อันที่จริงอยากแนะนำให้ดูทั้งสองเวอร์ชั่น แต่ถ้าเวลาน้อย จะดูเกาหลีก่อน หรือ ญี่ปุ่นก่อน ก็ไม่ว่ากัน เพราะประเด็นสำคัญคือ ไม่ว่าเวอร์ชั่นไหนก็ทำคุณร้องไห้ฟูมฟายได้ทั้งคู่แน่นอน ถ้าดูละไม่ร้องไห้ มาให้เลี้ยงไอติมได้เลย

 

อันดับ 3 My Neighbor ToToro

 

youtube.com

 

ที่คิดถึงหนังเรื่องนี้คงเป็นเพราะ ฉากที่ซัตสึกิและเม เอาร่มมารอรับคุณพ่อที่ป้ายรถเมล์กลางฝนนี้ล่ะ ฉากนี้สำหรับเราเป็นฉากที่น่ารักที่สุด กลับมาดูอีกกี่ครั้งก็ยังทำให้ยิ้มได้ตลอด ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ ว่าทำไมคนทั่วโลกถึงรัก Totoro เหลือเกิน

 

My Neighbor Totoro เป็นการ์ตูนอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยม ลำดับที่สาม จากค่าย Studio Ghibli ที่ครองใจแฟนทั่วโลกมาตั้งแต่ออกฉายครั้งแรกในปี 1988 จนถึงตอนนี้ก็ 30 ปีพอดี แต่ไม่ว่าจะหยิบกลับมาดูอีกกี่ครั้ง ก็ยังอบอุ่นหัวใจได้ทุกครั้งไป นี่คงไม่ใช่แค่ความคลาสสิคของงานทางด้านการผลิตเท่านั้น แต่ Studio Ghibli ยังได้สร้างคาแรคเตอร์ของทุกตัวละครในเรื่องให้โด่งดัง เป็นที่น่าจดจำ จนกลายเป็นตำนาน

 

เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เรามีโอกาสได้กลับไปเยือนโตเกียวอีกครั้ง และครั้งนี้ตั้งใจอย่างมาก ที่จะไปเยี่ยมชม Ghibli Museum ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมือง Tokyo การจะไปพิพิธภัณฑ์นั้น ขอบอกว่าต้องจองตั๋วไว้ล่วงหน้า และต้องไปถึงให้ตรงเวลา เพราะเค้าจะเปิดให้เข้าเป็นรอบ ๆ ตอนนั้นจำความรู้สึกได้ว่า ตื่นเต้นมาก เพราะเอาจริง ๆเรารักการ์ตูนของ Ghibli ทุกเรื่อง ซึ่งเราว่าการมาที่นี่มันคือความฝันส่วนหนึ่งของแฟน Ghibli ทุกคนอยู่แล้ว

 

ด้านในของ Ghibli Museum ถูกแบ่งเป็นสัดส่วน เล่าถึงรายละเอียดต่าง ๆ ครบถ้วน ตั้งแต่วิธีการผลิต บทที่ถูกเขียน ห้องบางห้องสร้างขึ้นจำลองเพื่อให้เห็นฉากจริงของหนัง ซึ่งเก็บรายละเอียดไว้ได้อย่างครบถ้วนมาก ๆ และที่ทำเราน้ำตาปริ่มนั่นคือห้องฉายภาพยนตร์สั้น ที่เราเข้าไปนั่งดูไม่กี่นาที แต่ก็ประทับใจเหลือเกิน และรอบที่เราไปดูโชคดีมากที่เป็นตอนสั้นและเป็นภาคต่อเล็ก ๆ ของ Totoro อีกด้วย แต่ด้านในของพิพิธภัณฑ์ ไม่อนุญาตให้มีการถ่ายรูปหรือบันทึกภาพใด ๆ ทั้งนั้น มีแค่ด้านนอกอาคาร ที่สามารถถ่ายภาพได้ เราอยากให้ทุกคนได้ไปสักครั้งจริง ๆนะ เพราะเราชอบมาก บรรยายยังไงก็ไม่หมด และเมื่อไม่นานมานมานี้ก็ได้ข่าวว่า จริง ๆแล้วมีคาเฟ่ Totoro ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่น ฝังตัวอยู่แถว ๆ ซอยสุขุมวิทนี่ก็ว่าถ้าวันไหนฝนไม่ตก คงจะขอไปนั่งเล่นดูสักครั้ง

 

อันดับ 4 About Time

 

youtube.com

 

เรารักหนังเรื่องนี้มาก (มากแบบก.ไก่ล้านตัว) โดยเฉพาะฉากงานแต่งงานกลางสายฝน ที่เราเชื่อเหลือเกินว่า คนที่ดูหนังเรื่องนี้ไปแล้ว จะรักฉากนี้มากพอ ๆ กับที่เรารัก

 

อันที่จริง ตอนที่ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรก เราคิดว่างานแต่งงานกลางสายฝนคือเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นกลางกองถ่าย แล้วผู้กำกับก็เลยปล่อยเลยตามเลย ให้มันกลายเป็นความพิเศษของหนังไป แต่พอเราได้มีโอกาสนั่งดูเบื้องหลังการถ่ายทำ ปรากฏว่า ทั้งลมทั้งฝนในฉากนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นการจัดฉากขึ้นทั้งนั้น นั่นแปลว่า ผู้กำกับตั้งใจให้มีฉากนี้เกิดขึ้น

 

ในความเห็นของเรา นัยยะสำคัญส่วนหนึ่งนั้น คือเพื่อให้พระเอกผู้ซึ่งสามารถย้อนเวลาได้ตั้งคำถามว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะแก้ไขวันนี้อยู่มั้ย และในเรื่องนางเอกก็ได้ให้คำตอบกลับไปว่า ไม่เลย ฉันไม่อยากแก้ไขอะไรในวันนี้เลย ทุกอย่างมันเพอร์เฟ็คท์แล้ว ซึ่งคำตอบนั้นมีความหมายที่สำคัญที่บทหนังต้องการจะบอกคนดูว่า ความไม่เพอร์เฟคท์นั้นต่างหากที่ทำให้ชีวิตทุกชีวิตสมบูรณ์แบบ

 

และสำหรับวันฝนตกนั้น บางทีแค่ได้ดูหนังรักดี ๆ ซักเรื่องให้หัวใจได้อบอุ่น ก็อาจเปลี่ยนความรู้สึกให้กลายเป็นวันที่วิเศษสุด ๆ ไปได้ไม่ยากเลย

 

อันดับที่ 5 The garden of words

 

kotonohanoniwa.jp

 

หากคุณรู้จักและรักใน ผลงานอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมอย่าง Your name จากค่าย Comix Wave Films เราเลยอยากแนะนำให้คุณรู้จักผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ผลงานสุดละเมียดละไมเหล่านี้ นั่นคือ มาโกโตะ ชินไค หรือ อาจารย์ ชินไค ที่แฟนอนิเมะจะเรียกกันจนคุ้นปากนั่นเอง

 

สีเขียวของต้นไม้ใบไม้ที่แน่นขนัดในสวน ล้อไปกับหยดฝนตัวหลักของเรื่อง ด้วยความประณีตในทุกรายละเอียดของ อ.ชินไคเอง ทำให้ผลงานทางด้านภาพใน The garden of words นั้นงดงามชนิดที่เราต้องค่อย ๆ ไล่ดูที่ละเฟรมหนัง แต่ในส่วนของการเล่าเรื่อง กลับให้ความรู้สึกหม่นปนเหงา ๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไม ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้ จึงเหมาะกับฤดูฝนเอามาก ๆ

 

อันที่จริง ถ้าย้อนไปก่อนหน้านี้ ผลงานของ มาโกโตะ ชินไค ก็มีอีกเรื่องที่รายละเอียดงดงามและ ‘เหงา’ ไม่แพ้กัน ที่เราอยากแนะนำ และเป็นอีกเรื่องที่ควรต้องดูคือ 5 Centimeters per second ยามซากุระร่วงโรย นี่ก็เป็นอีกผลงานที่ต้องชื่นชมพรสวรรค์ด้านการออกแบบภาพของ อ.ชินไค เพราะมวลรวมของหนังทั้งหมดมันสวยมาก จนได้รับรางวัลการันตีมากมาย แต่คุณอาจจะต้องทำใจก่อนดูกันเล็กน้อยเพราะในส่วนการดำเนินเรื่องของ อ.ชินไค ส่วนมากจะเล่นกับห้วงอารมณ์ที่เหงาสุด เศร้าสุด หม่นสุด ขัดกับภาพที่สวยสุด ๆ นั่นล่ะ

 

อันดับที่ 6 The Classic

 

Dramafever.com

 

เรานับถือทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์ของเกาหลีในความคิดสร้างสรรค์พวกฉากโรแมนติค ของพระ-นาง ที่ทำให้คนดูฟินแบบจิกหมอนแตก เหมือนอย่างในเรื่อง The Classic ที่ให้กำเนิดฉาก วิ่งหลบฝนในตำนาน นี้เช่นกัน

 

ละที่ฉากนี้มันเลื่องลือมายาวนานก็เพราะมันมีเหตุผลซ่อนอยู่ในการวิ่งตากฝนของคนทั้งคู่ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราจะไม่เฉลย และเราอยากให้คุณได้ลองหาดูและรู้เองว่าทำไม

 

หนังรักเรื่องนี้ยังมีอีกหลายเหตุการณ์มาก ๆ ที่บางการกระทำของตัวละคร ถูกซ่อนไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง เราอยากจะบอกว่าคนที่ชอบหนังซับซ้อน เล่าเรื่องสลับไป-มา อดีต ปัจจุบัน อันที่จริงคุณไม่ควรพลาดหนังรักเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ นี่คืออีกขั้นของการนำเสนอหนังรักโรแมนติค ที่วางโครงเรื่องที่ซับซ้อนแต่นำเสนอแบบไม่ทำให้งงเลยแม้แต่น้อย ระหว่างทางมีเรื่องให้เราลุ้นได้ตลอด (และร้องไห้ได้ตลอดเช่นกัน) เราจัดอันดับให้เรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังเกาหลีที่ดีที่สุดตลอดกาล เป็นภาพยนตร์คลาสสิค (แห่งเกาหลี) สมชื่อหนังเลยจริง ๆ

 

-D-