กลับมาพบกับบทบรรณาธิการของ Detectteam อีกครั้งนะครับ ช่วงนี้กระแสของสื่อต่างมุ่งสนใจไปที่เด็ก 12 คนและโค้ชฟุตบอล อีก 1 คน รวมเป็น 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งทั้ง 13 คนเข้าไปติดอยู่ในถ้ำตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน อยู่ในนั้นรวม 9 วัน จนกระทั่งมีการพบตัวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

เหตุการณ์ข่าวนี้ สร้างความน่าสนใจให้กับคนทั้งโลกมาก สำนักข่าวทั้งระดับโลกต่างนำเสนอข่าวนี้ด้วยมุมมองต่าง ๆ ไม่ต้องนับสื่อมวลชนไทยที่โหมกระแสเกาะติดกันอย่างทุกวินาที

 

และเหตุการณ์นี้ก็เป็นอีกครั้งที่ประเทศไทยเราต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญเกี่ยวกับสื่อมวลชนอีกครั้ง เพราะการโหมกระหน่ำเกาะกระแส นำมมาซึ่งการแพร่ระบาดข่าวลือ ข่าวปลอม ข่าวมั่ว ทั้งหมดนั้นคือ Fake News ซึ่งคลอบงำสังคมออนไลน์ทั้งโลก ณ เวลานี้

 

ปรากฎการณ์นี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่สังคมไทยจะต้องกลับมาเรียนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถาบันสื่อกระแสหลักกันแน่ ทำไมและทำไม พวกเขาเหล่านั้นถึงไม่อาจต่อกรเอาชนะกับข่าวมั่วข่าวปลอมได้อย่างเด็ดขาด

 

เราจึงเห็นความผิดพลาดของสื่อที่นำข่าวลือมานำเสนอ นำข่าวปลอมมาแต่งตัวเป็นข่าวจริง และทำให้ข่าวจริงถูกกลืนหายไปในกระแสของFake News แข่งเร็วไม่เน้นลึก แข่งแชร์ไม่เน้นชัวร์กันอย่างน่าเศร้าใจ

 

นับเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนไทยควรจะตระหนักถึงหายนะนี้ เพราะมันทำลายบั่นเซาะความน่าเชื่อถือของตัวเอง ซึ่งสร้างยากมากแต่ถูกทำลายได้ง่ายเพียงแค่แชร์พลาดแชร์มั่วเพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง

 

อย่างไรก็ดีในวิกฤตการแพร่ระบาดนี้ เราก็ยังได้เห็นสื่อมวลชนอีกกลุ่มที่นำเสนอด้วยข้อเท็จจริง ใช้เวลาตรวจสอบ จนได้รับความนิยมชื่นชมจากผู้อ่านที่ต่างอยากรับรู้เรื่องราวข้อเท็จจริงเหตุการณ์นี้

 

นอกจากนี้เราก็ยังได้เห็นสื่อที่เคยได้รับความนิยมตกอับเพราะนำเสนออย่างรีบเร่งราวกับทำข่าวเหมือนทำอาหารชุ่ย ๆ จนสูญเสียความน่าเชื่อถือ

 

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น Detectteam ขอเป็นกำลังใจให้กับสื่อมวลชนทุกท่านผู้มุ่งมั่นจะนำเสนอข้อเท็จจริงท่ามกลางการแพร่ระบาดของ Fake News และการเปลี่ยนภูมิทัศน์สื่อ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปมาก ขอให้ทุกท่านสู้ต่อไปและเรียนรู้ที่จะวัฒนาวงการข่าวให้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

สุดท้ายนี้ขอให้ทั้ง 13 คนในถ้ำหลวงจงมีสุขภาพแข็งแรง ได้ออกมาสู่โลกภายนอกอย่างกล้าแกร่งต่อไป รวมถึงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทุกท่านที่ทำงานเบื้องหน้าเบื้องหลัง โดยมีเป้าประสงค์เดียวคือต้องการช่วยชีวิตมนุษย์ร่วมโลก นั่นคือความยิ่งใหญ่ที่พิสูจน์ว่ามนุษย์นั้นมีศักยภาพและความหวังดีเพียงแค่ไหน

 

หวังว่าปรากฎการณ์ข่าวในครั้งหน้า เราจะได้เรียนรู้และรุกกลับข่าวปลอม และสั่งสอนสื่อจำนวนหนึ่งให้รู้ว่า

 

“การทำข่าวนั้นไม่ยาก การเป็นนักข่าวก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่การจะทำข่าวที่ดีมีคุณภาพ การเป็นนักข่าวที่เปี่ยมศักยภาพนั้น ต้องทุ่มเทและมีความเพียรอย่างถึงที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ยากเกินความสามารถของมนุษย์คนหนึ่งหรอก”

 

จึงเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน จากใจพวกเรา Detectteam ทุกคน

 

-D-