ชวนสัมผัสกลิ่นอายทางอารยธรรมแห่งมรดกโลก

 

 

ช่วงนี้กระแสการท่องเที่ยวกำลังมาแรง นับตั้งแต่การท่องเที่ยวตามรอยละครที่สร้างปรากฎการณ์ “คนไทย สวมชุดไทย เที่ยวเมืองไทย” และยังดึงดูดนักเที่ยวชาวต่างชาติให้หันมาเที่ยวตามรอยวัฒนธรรมของบ้านเรา ในวันนี้ ทางทีมงาน Detectteam ขอนำเสนอ การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง 4 มรดกโลก กับงาน “ท่องวิถี ๔ มรดกโลก” กลางเมืองกรุงเทพพระมหานคร หน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 25-27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 

งานดังกล่าวจัดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง 4 มรดกโลก “อยุธยา ศรีเทพ สุโขทัย หลวงพระบาง” พร้อมรวบรวมผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ วัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้าน รวมทั้งอาหารและของดีประจำจังหวัด มานำเสนอในงาน

 

 

ด้านนายวรพจน์ แววสิงห์งาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งจะเห็นได้จากสถิตินักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา จากในปี 2559 มีนักท่องเที่ยว จำนวน 1.95 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 2.20 ล้านคนในปี 2560 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องมาจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐที่กำหนดให้เพชรบูรณ์เป็น “12 เมืองต้องห้าม..พลาด” ที่ต้องการการกระจายการท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองที่มีศักยภาพที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

 

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวต่อว่า ทางจังหวัดเพชรบูรณ์มีความพร้อมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการบริการและด้านประวัติศาสตร์ที่มีอารยธรรมและวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น โดยเฉพาะอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซึ่งกำลังรอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

 

สำหรับเสน่ห์เอกลักษณ์บนเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงแหล่งมรดกโลก 4 กลุ่ม คือ พระนครศรีอยุธยา ศรีเทพ สุโขทัย หลวงพระบาง จะมีทั้งเรื่องราวในเชิงประวัติศาสตร์ อารยธรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะ อารยธรรมศรีเทพ จะพบอารยธรรม 4 ยุคในที่เดียวกัน กินเวลาคลอบคลุม 2,000 ปี ซึ่งประกอบด้วย สมัยก่อนประวัติศาสตร์ คือ สมัยยุคเหล็ก ยุคหินที่ยังไม่มีตัวอักษรใช้ สมัยอินเดียโบราณ สมัยทวาราวดี และสมัยกัมพูชาโบราณหรือขอมนั่นเอง

 

 

ดังนั้นงานนี้ก็หวังให้นักท่องเที่ยวได้เห็นภาพรวมแห่งการเป็นอารยธรรมเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่ของดินแดนสุวรรณภูมิ และสัมผัสกับมิติของการท่องเที่ยวที่มีกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์นั่นเอง

 

ทางผู้สืบข่าวDetectteam ทำการสำรวจภายในงานพบว่ามีการแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ได้แก่ วิถีอารยธรรม (Exhibition Zone) นิทรรศการที่บอกเล่าความเป็นมาและข้อมูลรายละเอียดของ 4 มรดกโลก วิถีย้อนอดีต (Photo Zone) เป็นจุดถ่ายภาพที่จะดึงดูดให้ผู้เข้าชมงานเก็บบันทึกภาพความประทับใจผ่านเลนส์ โดยจัดสถานที่และอุปกรณ์ประกอบฉากที่จะเนรมิตให้ผู้ที่ร่วมถ่ายภาพเสมือนหนึ่งได้ไปเยือนเอง

 

 

โซนต่อมาคือ โซนวิถีประเพณีวัฒนธรรม (Performance Zone) เป็นส่วนของเวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น การแสดงของศิลปิน กิจกรรมสร้างสีสันให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมสนุก และโซนสุดท้ายคือ โซนวิถีของดีพื้นถิ่น (Product Zone) เป็นการออกร้านแสดงและจำหน่ายสินค้าของดีจังหวัดต่าง ๆ บนเส้นทางท่องเที่ยว

 

สำหรับอาหารและของดีประจำจังหวัดที่นำเสนอในงานนั้น มีทั้ง มะขามหวาน ทุเรียนลับแล น้ำพริก ข้าวหลาม ชา กาแฟสด สัปปะรด ผัก ผลไม้ออแกนิค แหนมเห็ด ผลิตภัณฑ์จากขิง กล้วยตาก เห็ดหลินจือ อาหารและเครื่องดื่มจากไร่กำนันจุล รวมทั้งผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่มีมาให้เลือกมากมาย อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสังคโลก น้ำมันนวด ผ้าทอมือ เครื่องนอนสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ประดิษฐ์จากไม้ และอื่นๆ

 

เรียกได้ว่าเดินกันเพลินทีเดียว…

 

สุดท้ายนี้ ทางผู้สืบข่าวได้สรุปมาว่าการจัดงานครั้งนี้เป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้คนหันมาท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกมากยิ่งขึ้น ผู้สืบข่าวของเราแย้มโดยพลันว่า โปรดจงอย่ารอ เมื่อมีโอกาสที่จะเที่ยว ก็ให้รีบไปเสีย

 

เพราะการท่องเที่ยวคือการชาร์จพลังกายที่ดีที่สุด

 

-D-