Sunset

 

asianwiki.com

 

Always – Sunset on Third Street หนังปี 2005 แต่เล่าย้อนไปถึงอดีตในปี 1953

ตัวหนังเล่าเรื่อย ๆ ผ่าน 7 ตัวละครหลัก ที่อาศัยบนถนนสายที่สามแห่งนี้ และหนังได้พาเราไปรู้จักแต่ละตัวละครอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านสิ่งต่าง ๆ ที่แวดล้อมและบทสนทนาที่แสนอบอุ่นและละมุนเป็นที่สุด

 

www.dvdtalk.com

 

เส้นเรื่องหลักถูกเริ่มขึ้นจากเด็กสาวมัธยม ‘มัตสึโกะ’ (ภายหลังในเรื่องถูกเรียกว่า โรขุจัง) ที่เดินทางเข้าโตเกียวโดยแบกความฝันว่าจะได้เข้ามาเป็นเลขาฯประธานบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่รับเธอเข้าทำงาน

 

แต่เธอก็ต้องผิดหวังเพราะความจริง ซูซูกิ ออโต้เป็นเพียงแค่อู่ซ่อมรถเล็ก ๆ เท่านั้น แม้เจ้าของร้านอย่าง ซูซูกิ ก็ฝันไกลว่าวันนึงตัวเองจะต้องเป็นผู้พัฒนายานยนต์ ส่งออกไปทั่วโลกให้ได้ก็ตาม

 

www.dvdtalk.com

 

แต่อู่ซ่อมรถนี้ก็ถือได้ว่าล้ำสมัยที่สุดในย่านแล้ว เพราะบ้านซูซูกิ มักจะมีข้าวของเครื่องใช้ใหม่ ๆ ทั้งตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไปจนถึงการเดินทางมาของ โทรทัศน์เครื่องแรกในซอย ที่ทำเอาคนเป็นร้อยมามุงดูจอโทรทัศน์ขาวดำ รอชมการถ่ายทอดมวยปล้ำ ซึ่งก็ถือว่าเป็นมหรสพที่สุดยอดที่สุดของคนในยุคนั้นแล้ว

 

ผิดกับร้านขายของชำฝั่งตรงข้ามที่สภาพว่าซอมซ่อแล้ว เจ้าของก็ตกอับไม่ต่างกัน นักเขียนหนุ่มไฟใกล้มอด พยายามทุกทางเพื่อเขียนงานดี ๆ ออกมา แต่ชีวิตนักเขียนกลับไม่รุ่งอย่างใจฝัน สิ่งที่พอจะทำได้คืออาศัยเขียนนิยายเด็ก พร้อมกับขายของชำไปพลาง

 

การเงินที่ว่าฝืดเคืองอยู่แล้ว ก็ยิ่งหนักข้อขึ้นไปอีกเมื่อดันไปรับเด็กชาย ‘จุนโนะสุเกะ’ จากเจ้าของบาร์เหล้าอดีตนางระบำหน้าตาสวยมาดูแล แต่กระนั้นการมาถึงของจุนโนะสุเกะ ก็เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาล เพราะเด็กคนนี้กลายมาเป็นความหวังและสิ่งสำคัญสำหรับเขา แม้ทั้งสองคนจะเริ่มต้นจากการ “ไม่ได้เป็นอะไรกันเลยแท้ ๆ” เหมือนที่ ริวโนะสุเกะชอบพูดบ่อย ๆ ในเรื่องก็ตาม

 

ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตามประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแพ้ย่อยยับ บอบช้ำทั้งทางกายภาพและทางด้านจิตใจของคนในชาติเอง การสร้าง Tokyo Tower ขึ้นมา นอกจากจะเอื้อประโยชน์ด้านการสื่อสารทั้งส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ในยุคสมัยนั้นแล้ว หอคอยแห่งนี้ยังเป็นการประกาศจุดยืนว่า ญี่ปุ่นจะกลับมารุ่งเรืองด้วยการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ไม่น้อยหน้าชาติตะวันตก

 

อีกนัยสำคัญของการสร้างหอคอยโตเกียวนี้ ก็เพื่อเป็นสัญญะของความหวังครั้งใหม่ เป็นจุดศูนย์กลางที่คนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่เฉพาะคนในโตเกียวได้ผูกรวมจิตใจกันเอาไว้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่หนังเรื่องนี้จะถูกร้อยรวมเอาไว้ ด้วยมวลพลังงานความหวังและความฝันของทุกตัวละคร

 

photos1.blogger.com

 

ดังนั้นอย่าแปลกใจ หากคุณดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว คุณจะรู้สึกว่ามีแรงที่จะฮึดสู้ปัญหา และพร้อมลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง ซึ่งจริง ๆ นั่นอาจเป็นเป้าหมายหลัก ที่หนังเรื่องนี้อยากพาคนดูไปให้ถึงก็ได้ และเรากล้าพูดว่าหนังเรื่องนี้ไม่เพียงแค่ให้ผลในด้านความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญ รวมถึงบันทึกความทรงจำและความหวังในห้วงเวลานั้นไว้อย่างเต็มเปี่ยม

 

หนังตระกูล Always ถูกสร้างต่อเนื่องกันมาสามภาค แต่ละภาคม้วนจบในตัวมันเอง เล่าถึงพัฒนาการของตัวละครต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ แต่สำหรับเราแล้ว ภาคแรกก็ยังคงตรึงเราอยู่ในความทรงจำมากที่สุด อาจเพราะเป็นครั้งแรก ที่เราได้เห็นหนังเล่าย้อนยุค แต่ทำได้สมจริงมากขนาดนี้ ทั้งที่ในยุคนั้นคอมพิวเตอร์กราฟฟิคยังไม่พัฒนาเท่าปัจจุบันนี้ด้วยซ้ำ ทั้งบ้านเรือน สถาปัตยกรรม อุปกรณ์ประกอบฉาก เสื้อผ้า ไปจนถึงยานพาหนะต่างๆ ทั้งรถราง รถที่สัญจรไปมาทำได้ดีมากเสียจนเราไม่รู้สึกขัดในทางภาพแม้แต่น้อย

 

media7.fast-torrent.ru

 

เรื่องนี้ต้องนับถือผู้กำกับอย่าง ทากิชิ ยามาซากิ ที่เก็บรายละเอียดไว้ได้ทุกเม็ด เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ซ่อนวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นไว้ได้ครบ แถมยังมีเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้ามาเป็นน้ำจิ้มระหว่างทางทำให้หนังเรื่องนี้แม้ว่าภาพจะเจือ Sepia ให้ดูย้อนยุคแค่ไหน แต่ตลอดเวลาเกือบ ๆ สองชั่วโมงมันไม่มีช่องว่างให้รู้สึกเบื่อได้เลย อันที่จริง ถือว่า Always เป็นหนังที่เราย้อนกลับมาดูบ่อยที่สุด และทุกครั้งที่กลับมาดู ก็จะเจอรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผู้กำกับบรรจงหยอดเอาไว้ ให้ Collector อย่างเรามาตามเก็บได้ทุกครั้งไป (ไม่นับว่าดูกี่ร้อยรอบก็ยังร้องไห้ทุกครั้ง)

 

สำหรับเรา เรารักหนังเรื่องนี้มาก ถึงมากที่สุด เป็นหนังที่จะแนะนำทุกครั้งที่มีคนถามว่าอยากดูหนังญี่ปุ่นควรเริ่มดูเรื่องอะไร ละถ้าใครที่บอกว่าตัวเองเป็นคอหนังญี่ปุ่น แต่ไม่เคยดู Always คุณไม่ใช่คอหนังญี่ปุ่นที่แท้จริงแน่นอนค่ะ เพราะหนังเรื่องนี้คือหนังญี่ปุ่นที่ดีที่สุดเรื่องนึง และเป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

-D-

 

ข้อมูลอ้างอิง

1.https://th.wikipedia.org/wiki/โตเกียวทาวเวอร์

2.https://www.dplusguide.com/2014/tokyo-tower

3.http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/504925