ประถมเรื่อง

 

โน๊ตตัวฟา

 

 

นี่คือ..นิยายก้าวล่วงวัย (Coming of age) เป็นเรื่องราวของนักเรียนดุริยางค์โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ โรงเรียนที่กึกก้องทางด้านความเก่งกาจทางดนตรีนักเรียน หรือเป็นยอดวงโยธวาทิตในระดับสามัญ คว้าแชมป์ทั้งในและนอกประเทศมากมาย พวกเขาเรียกขานตัวเองว่า ‘เด็กแบนด์’ เรื่องราวของกลุ่มนักเรียนที่ทุ่มเทฝึกซ้อมและเรียนรู้ในกันและกันผ่านทางระบบวินัย ผ่านทางชีวิตที่แตกต่างของแต่ละคนสะท้อนออกมาผ่านการอยู่ร่วมกัน ทุกคนรวมเป็นหนึ่งเพื่อการแข่งขันและเพื่อค้นพบสัจธรรมที่ว่า “บาทวิธีแห่งชัยชนะ ยากนักที่จะไปถึง”

 

ห้องที่๗

ในช่วงการเป็นนักเรียน  เป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนผันจากเด็กเป็นวัยรุ่น ก่อนก้าวไปเรียนรู้ความเป็นผู้ใหญ่ในรั้วปัญญาชน – วัยรุ่นคือวัยที่เด็กผู้ชายใฝ่ฝันและสะพรึงหวั่น พวกเขาต่างเฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงทั้งกายภาพและจิตใจ เมื่อเสียงพวกเขาแหบพร่าพร้อมแตกหนุ่ม นมแตกพาน ขนหน้าแข้งและขนอื่น ๆ ในร่างกายกำลังผลิออกมา เด็กน้อยก็เปลี่ยนสภาพเป็นวัยหนุ่ม เป็นนักรบชายหนุ่มที่ฉกาจฉกรรจ์พร้อมตามหาความเป็นหนุ่มให้สมบริบูรณ์ชีวิตตน

 

ความรักเปรียบดั่งดอกไม้ประหลาด มันผลิได้ทุกที่ ผลิได้ในสถานที่อันไม่ควร สถานการณ์ไม่เหมาะ ผลิเมื่อเราไม่ต้องการ เหี่ยวเฉาในช่วงที่เราอยากให้มันเบ่งบานสะพรั่งสวยสดงดงาม เหนือสิ่งอื่นใด ดอกไม้ประหลาดนี้ ต่างเป็นที่ฝันใฝ่ปองของมนุษย์ทุกคนในโลก ทุกสรรพสิ่งชีวิต ความรักทำให้โลกเป็นโลก เป็นกิเลสที่ทุกคนพร้อมเผชิญ ดอกไม้ที่บันดาลความสุขและความทุกข์ยากลำบากเข็ญ…

 

เพลิงรู้ดีว่าวันเวลาแห่งการเป็นหนุ่ม เริ่มขึ้นเมื่อใด เขาพอใจเมื่อเดินเข้าสู่รั้วมัธยม ร่างก็แตกพานเป็นหนุ่ม ค่อยเป็นค่อยไป แต่มั่นคงและสง่า มีเสน่ห์ยั่วยวน น่าพอใจสำหรับเพลิงมาก หนุ่มเต็มตัวอย่างมีความสุข ช่วงชีวิตม.๒ ทำให้เขาเป็นฝูงผึ้งมองหาเกสรดอกไม้

 

ในโรงเรียนมักจะมีกลุ่มสาวงามอยู่หลายหลาก แต่ในความหลากหลายนี้ ก็จะมีที่สุด กลุ่มที่เปี่ยมด้วยคนงามในโรงเรียนคือ กลุ่มที่เดินแล้วทุกคนอิจฉา ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร อิจฉาหนักหนา ถ้ากลุ่มเหล่านี้ทักทายใคร มันเป็นเกียรติ นักเรียนชายมองพวกหล่อนด้วยความคิดที่เดาไม่ออก และอิจฉาชายใดที่พวกหล่อนทัก เล่นหัว เล่นหน้าเล่นตาอย่างมีความสุข และชายทุกคนอิจฉาความรักที่พวกหล่อนมี ซาบซ่านเมื่อพวกหล่อนถูกสลัดรัก

 

เพลิงเห็นกลุ่มนี้ครั้งแรกแล้วตะลึง นักเรียนหญิงของที่นี่ ปรากฎตัวครั้งแรกในม.๔ หลังโรงเรียนเปิดรับสมัครนักเรียนหญิง การสอบคัดเลือกเข้าม.๔ เพื่อคัดนักเรียนชายออก แล้วเติมแต่งสหเพศเข้ามา

 

กลุ่มเพื่อนของเขาต่างหูไว ข่าวดี ใช้เวลาไม่นานก็สืบทราบว่า ใครเป็นใคร กลุ่มพวกหล่อนนำโดยดาวสะท้านฟ้า ‘ผิง’ สาวผมสั้นระหงลำคอ ผิวขาวเนื้อเนียน ปากแดง กระโปรงสั้นแค่หัวเข่า มันเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบโรงเรียน ทั้งการไว้ผมสั้น ไม่มัดผม การแต่งหน้าพอแย้มงาม ใส่กระโปรงสั้น และสวมถุงเท้ามีลายมาโรงเรียน

 

แต่ก็ไงเล่า ถ้าคนสวยอย่างพวกเธอไม่ขบถบ้าง ผองชายจะสยบแนบเท้าพวกเธอหรือ…

 

กลุ่มผิงประกอบด้วยสาวงามหลายคน ต่างมีดีไปเป็นคน ๆ

 

“ห่า เพลิงเอ๊ย…” เพื่อนของเขาเพ้อ “พี่แตนแม่ง! นมยังกะแตงโมยัดเลย กูมองทีไร อยากเดินเข้าไปเฉี่ยว”

 

“เฉี่ยวทำไมวะ” ไอ้ต๋องตัวแสบหัวเห็ดรู้ข่าวไปหมด

 

“โธ่ ไอ้งัว! กูก็อยากรู้ว่าเป็นแตงโมหรือลูกโป่งน้ำ” เพื่อนเฉลยทำเอาทุกคนนั่งฝันอย่างมีความสุข

 

เพลิงยิ้มในความทะลึ่งของเพื่อน แต่ก็ยอมรับในใจว่า กลุ่มพี่ผิงนี่งามจริง ๆ

 

วันหนึ่งขณะช่วงพัก ๑๕ นาทีเช้า เหล่าเด็กมัธยมต้นกับเด็กมัธยมปลายต่างลงมาเริงร่าพักผ่อนและหาของกิน เพลิงกับกลุ่มเพื่อนเช่นกัน

 

“เฮ้ยยยย…..” ต๋องคราง “มาแล้วกลุ่มพี่ผิง”

 

เพื่อนในวง ๕ – ๖ คนต่างหันขวับไปมองทันที แล้วทำสีหน้าเรียบเฉยแต่ปกปิดใจที่เต้นตระหนก เป็นอาการเห่อสาว เพลิงมองพี่ผิง แต่ทันใดสะดุ้งก็มองลึกไปกว่านั้น เขามองไปคนหลังสุด สูงไม่มากแต่ก็สูงสุดในกลุ่ม ผิวขาวราวน้ำนม หน้าเอิบ แต่คม ดวงตาชวนค้นหา ปลายผม ณ ตอนนั้น ถูกลมพัดไปติดที่ปาก พี่เขาเอามือป่ายผมออก ทำเอาเพลิงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด หัวใจพอกพูน และนำไปสู่ความสงสัย อยากรู้จัก

 

“ใครวะ ต๋อง” เขาตัดสินใจถาม

 

“ใครล่ะ ที่มึงอยากรู้” ต๋องตอบโดยมองพี่ผิงด้วยความสุขี

 

“มึงมองหน้ากูก่อน แล้วหยุดมองหน้าพี่เขาได้แล้ว มองแม่งอย่างได้เอา” เพลิงด่ากราดทำต๋องเซ็งเล็กน้อย

 

“ใครที่มึงอยากรู้ชื่อ”

 

เพลิงกระซิบข้างหู บรรยายรูปลักษณะให้ทราบ “พอแล้ว ๆ ไอ้เพลิง มึงบรรยายซะละเอียด แค่สูง ๆ นั่นก็รู้จักแล้ว!!!”

 

ไอ้ต๋องโวยซะดังลั่น ทำเอาเพลิงเอื้อมตีนไปมาบเข้ากับต้นขาต๋อง เพราะทุกคนหันมามองกันหมด ไม่เว้นแม้แต่พี่เขา

 

กริ่งส่งสัญญาณขึ้นเรียน ช่วยชีวิต นักเรียนต่างขึ้นเรียน พวกเขาก็ด้วย ต๋องนำทัพไปเรียนก่อนจะหันมาบอกเพลิง “วราง”

 

“หา!” เพลิงทำสีหน้างง กระดกหัวเล็กน้อย

 

“วราง ภาทีโชค ชื่อเต็มพี่ที่มึงถามนะ” ต๋องบอก

 

“ไอ้เวร! กูจะจำชื่อจริงทำหอยไรล่ะ เอาชื่อเล่น”

 

“ลูกตาล….”

 

เพลิงฟังแล้วรู้สึกว่าชื่อมันเพราะเสนาะหูดี พริ้งกว่าลูกตาลคนอื่น เขาหันไปมองพี่เขา แล้วก็สะดุ้งรีบชักหน้ากลับ ตาตั้งขึ้นเรียน เพราะพี่ตาลก็หันมามองเขาเหมือนกัน

 

นับตั้งแต่วันนั้น เพลิงก็รู้สึกว่าตัวเองหวานขึ้นทันที – เหตุการณ์วันนั้นทำให้เพื่อนทราบแล้วว่า เพลิง เพื่อนของเขา ใจร้อน มาดเด็กแบนด์ชอบใครในกลุ่มพี่ผิง

 

แต่ความรักของเพลิงมันก็ไม่ได้ง่าย ๆ แม้วันนั้นทั้งสองจะได้ประจบสายตากันครั้งแรก แต่เส้นทางความรักทั้งคู่ยังไม่ได้บรรจบกันง่าย ๆ ถ้าพรหมลิขิตเราได้ เพลิงกับลูกตาลก็ยังไม่สำเร็จในความรัก

 

“เพลิง!!” ไอ้สนตะโกนเรียก ในเช้าวันหนึ่ง ทำเอาเพลิงที่ยืนตระหง่านอยู่แถวสนามบอลหันมา

 

“เตะบอล?!?”

 

 

สนพยักหน้า แล้วเพลิงก็ทิ้งถุงใส่ลูกชิ้นโยนลงถังขยะ เอาเสื้อออกนอกกางเกง แล้วลงเล่นบอลทันที

 

สนไหลบอลมาให้เพลิง เขารู้สึกว่าเท้าข้างขวามันกระสันบอล จึงสาวเท้ากดเต็มที่ กดเต็มแรงจนบอลพวยพุ่งออกจากที่เพื่อน ๆ อยู่ ไหลไปถึงนักเรียนคนอื่น

 

เพลิงทำหน้างงงวยเหมือนว่า ทำไมไม่มีใครรับบอล “ห่า! จะแรงควายไปไหนวะ” สนด่า และไล่ให้ไปเก็บบอล

 

เขาทำหน้าเซ็ง ๆ แต่ก็ยอมฝ่าความร้อนระอุของแดดยามเที่ยงไปเก็บบอล ไม่จำเป็นต้องขอโทษนักเรียนอื่นที่เอาตัวมาขวางทางบอลเขา ถ้าไม่พอใจก็วิวาทกันหน่อย – เพลิงเก็บบอล หมายจะกดเต็มเท้าส่งบอลคืนให้เพื่อน แต่ก็ชะงัก!!

 

เบื้องหน้าคือ พี่ลูกตาลเดินสง่ามากับพี่ผิง เท้าที่กะจะเตะลดลง ตามองพี่ตาลไม่กะพริบ ใบหน้าคม ๆ ดูดุ ๆ เถื่อน ๆ ขับภาพความเป็นหนุ่มเขาได้ดี แต่บัดนี้เมื่อยืนต่อหน้าดาวโรงเรียน เขาก็รู้สึกว่าความกล้าหาญแบบวัยรุ่นหายไป เหลือแต่ความขวยเขินอับอายอย่างเด็ก

 

“เพลิง…” พี่ผิงเรียก ทำเอาเขาสะดุ้งโหยง ก้มหน้ามิดลง ทำอะไรไม่ถูก

 

“นี่ไง..เพลิง ที่ชอบมีเรื่อง” พี่ลูกตาลบอก

 

“ไม่ได้มีเรื่องกับใครครับ” เขาอ้าปากพูดด้วยความสับสน

 

ทั้งสองยิ้ม มันเป็นยิ้มที่ละไมมาก นุ่มนวลจนเขาเคลิ้ม “ตีไอ้โต๋ไง จะว่าไม่ชอบมีเรื่องได้ไง โต๋ เขาเป็นน้องพี่ตาล”

 

ตาของเพลิงเงยขึ้นมองหน้าพี่ผิงผู้พูด “ตอนต่อยมัน ไม่เห็นมันบอกว่าเป็นน้องใคร” เขาใจกล้าขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

“เขาขอตาลเป็นพี่ เพลิงทำร้ายน้องเขานะ” พี่ผิงบอก

 

“มันจะตีผม ผมก็ต่อยมัน อีกอย่างผมตีกับมัน ไม่ได้ทำร้ายไปถึงใคร แต่ถ้ากระเทือนพี่….ตาล ก็ขอโทษด้วย”

 

“เด็กแบนด์” พี่ผิงยังกระเซ้าเขา ทำเอาเพลิงหน้าแดงมากขึ้น เหงื่อซึมตามตัวและมือสองข้าง

 

“ช่างมันเถอะ ผิง ไปเรียนเหอะ” พี่ตาลพูดขึ้น แล้วเดินกลับไป เพลิงลอบถอนหายใจ แต่ก็สะดุ้งโหยง เมื่อระหว่างที่เขาลอบทำ พี่ผิงหันมามองหน้าเขาแล้วยิ้มให้ ยิ้มชวนหลงใหล มองแล้วหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะระส่ำระสายไปหมด วินาทีนั้น หัวใจอันประหลาด รู้สึกว่ายิ้มนี้น่าดึงดูดกว่า ใบหน้าเรียบเฉยของพี่ลูกตาล ผู้ซึ่งเป็นพี่สาวอุปโลกให้ไอ้โต๋ ศัตรูของเขาที่ถูกส้นตีนกระแทกหน้าด้วยความสะใจ

 

เพลิงคิด ถ้าลูกตาลเป็นพี่ของศัตรูเขา จะดีหรือ..ที่จะไปอยู่ใกล้กับมัน อีกอย่างเขาอดขวัญสั่นไหวไม่ได้ พี่ผิงดาวที่งามที่สุดในโรงเรียน สงสัย! ทำไมถึงยิ้มให้เขาแบบนั้น

 

“ไอ้เพลิง! มองสาวไม่ว่า ส่งบอลมาให้ด้วย” สนตะโกนกร้าวทำเอาเขาหลุดภวังค์แปบอลคืนอย่างเบา ๆ เหมือนความรู้สึกตัวเองเพราะตอนนี้ใจมันเบาหวิวไปหมดแล้ว หน้าของพี่ผิงลอยฟ่องมาแทนพี่ลูกตาล… วินาทีนี้ความสำราญของรสวัยรุ่นบอกเพลิงว่า ไฟอย่างเขาอยากอยู่ในเตาผิง

 

นอนหลับคราใด นิมิตในฝันมีแต่หน้าพี่ผิง เพลิงอยากจะตื่น แต่อีกใจก็อยากหลับจนตาย พี่ผิงทำให้หนุ่มน้อยซึม ทุกครั้งที่เห็นหน้ากันโดยบังเอิญ เขาจะมีความปรีดา มันเหมือนมีแรงดึงดูด อยากใกล้ชิดกับพี่เขา ทั้ง ๆ ที่มีคู่แข่งเป็นนักเรียนชายทุกคนในโรงเรียน เขาลืมพี่ลูกตาลไปราวเพลง ๆ หนึ่งที่วางบนสแตนด์ เล่นครั้งเดียวแล้วไม่ได้เป่าอีกเลย

 

“พี่ผิงเนี่ย…มึงรู้ไหม – เพลิง” ต๋องเปิดปากพูดขณะอยู่ในวิชาเรียน

 

หูทวนลม

 

“ตอนที่แอบชอบทอมนะ มึงรู้ไหม? ว่าทำยังไง ตอนที่อีทอมนั่นไม่ชอบ” ต๋องยังคงปากสว่างต่อไม่แยแส

 

หูกระดิกแว่วเสียง

 

“เอามีดกรีดแขนตัวเองเป็นชื่ออีทอมนั่น”

 

ใจมันเจ็บแปลบราวโดนมีดกรีดด้วย “แล้วไง…” ปากของเขาเอ่ยเบา ๆ

 

“อีทอมนั่นเลยชอบ แต่คบกันไม่นานก็เลิก”

 

เขาเป่าปากตัวเอง มันเหมือนมีคนเอาของที่รักที่สุดไปใช้ แล้วทำมันพัง “มึงจะบอกอะไรกู”

 

“พี่เขารักใครรักจริงนะโว้ยยยย…”

 

เพลิงแอบยิ้มคนเดียวและอิจฉาคนที่พี่ผิงรัก

 

“แต่ก็ชอบใครยากนะ ส่วนมากเล่น ๆ กับคนที่มาจีบ เล่นพอหยอกไก่ แล้วก็สลัดเหมือนทิ้งผ้าอนามัยใช้แล้ว”

 

“มึงเปรียบได้ดีมาก ไอ้เวร!” เพลิงหันมาด่า – ต๋องยิ้มอย่างพอใจที่ได้ยั่วหัวใจเพื่อน

 

 

กาลครั้งนั้น มีการแข่งบอลระหว่างห้อง เพลิงลงสนามเล่นบอล ตำแหน่งศูนย์หน้าด้วยเสื้อหมายเลข ๑๐ ที่เพื่อน ๆ ต้องให้ ใครไม่ยอมก็มีเรื่องกันหน่อย – เขาลงสนามเตะบอลกัน ตวาดด่าทีมตรงข้ามบ้าง เข้าบอลหนัก เปิดปุ่มหมายจะพิฆาตฝ่ายตรงข้าม เลยโดนไอ้ดำซึ่งลงสนามคนละทีม เตะก้นบ่อย ๆ

 

บอลแข่งเสร็จ เพลิงถอดเสื้อมาที่วางของ เผยกล้ามเป็นมัด หัวนมไม่ได้ดำเหมือนคนอื่น แต่เป็นสีออกชมพู สงสัยตามหัวใจ

 

ไอ้ต๋องเห็นพี่เพลิงกำลังขึ้นมาบนแสตนด์ ก็ยิ้มแปลก ๆ ให้

 

“อะไรวะ ต๋อง” เขาถามขณะปาดเหงื่อออกจากใบหน้า

 

“คนหน้าคม ๆ แบบเถื่อน ๆ อย่างมึง กล้ามเนื้อกำลังแน่นเปรี๊ยะ ความเป็นหนุ่มกลัดมันเต็มที่แบบนี้ จะไม่ให้กูแปลกใจได้อย่างไรว่า ทำไมถึงมีคนมาชอบ…มึง! ไอ้สัตว์!”

 

เขาทำหน้างง ถัดไปไอ้ต๋องก็หยิบเครื่องดื่มเกลือแร่และขนมช็อกโกแลตราคาแพงให้ยล มีจดหมายสีชมพูปิดในซองวางอยู่บนมือต๋อง

 

“ของใคร?” เขาถามขณะเอาผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อ เตรียมตัวจะไปอาบน้ำกับเพื่อน ๆ

 

“มึงชอบใครล่ะ”

 

“พูดอะไรวะ” เขาทำหน้าไก๋

 

“มึงชอบใครอยู่” ต๋องซัก

 

“ทำไม?!?”

 

ต๋องมองหน้าเพื่อน ๆ ที่รู้ทัน ก่อนจะมองหน้าเพลิง “มึงชอบใครก็คนนั้นแหละ เอาของเหล่านี้ให้หมาเพลิง!”

 

เรี่ยวแรงที่เหือดหาย บัดนี้มีพลังรุนแรงขับออกมา มันร้อนระอุจนหน้าแดงเป็นสีชมพู สีแห่งความรัก

 

“มึงอยู่ในโรงเรียนนี้ไม่ได้แล้ว ห้องนี้ก็อยู่ไม่ได้” สนตะโกนก้องขณะถอดรองเท้าสตั๊ด

 

“ทำไม!” หนุ่มน้อยแกล้งทำหน้าอารมณ์เสีย

 

“เพราะมึงมีศัตรูเยอะเกิน คงต้องต่อยกับเขาไปทั่ว ทุกคน – ผู้ชาย กะเทยในโรงเรียนเซนต์ ปีเตอร์เกลียดมึงเพราะว่า พี่ผิงเอาของสิ่งนี้ให้มึง ไอ้ระยำ! ทำไงวะ เขาถึงมาหลงเสน่ห์มึง บอกให้กูฟังหน่อย เผื่อพี่แนนขาวสวยยั่วจะสนใจนักบอลอย่างกูบ้าง”

 

เพลิงยิ้มอย่างทรนง หยิ่ง ๆ เชิด ๆ แล้วพูดชัด ๆ ช้า ๆ ว่า “ก็มาเป็นเด็กแบนด์สิวะ”

 

 

ตั้งแต่วันนั้น เขาอ่านจดหมายบรรยายเรื่องของพี่เขา อักษรที่อ่านแล้วรู้สึกถึงมือสีขาวนวล ไม่ซีด เป็นผิวน้ำนม มือจรดปากกาลงกระดาษ พรรณนาถึงความรักที่พี่เขามีให้ ในที่สุดความเป็นหนุ่มแรกแย้มถูกทดสอบด้วยความรักที่ดาวโรงเรียนมีให้แก่นักเรียนใจร้อนอย่างเขา – เพลิงซื้อของให้พี่ผิงคืน เมื่อแรกสนทนาอาจมีอาการเกร็งเขินกันบ้าง แต่กินเวลาไม่นาน ดอกรักผลิบานในเวลาที่เหมาะสม – ไม่ต้องการให้พี่ผิงเป็นพี่อุปโลก แต่ต้องการให้พี่ผิง ผู้หญิงที่น่ารัก สวยที่สุดในโรงเรียน มาเป็น‘แฟน’กัน

 

“เพลิง…” พี่ผิงเอ่ยเบาใกล้ ๆ เขา ระหว่างนั่งใต้ตึกเรียน ท่ามกลางสายตาของสาว ๆ ม.ปลายมองผิงด้วยความอิจฉาที่คว้าม้าหนุ่มมาเชยชม เช่นกันหนุ่มม.ปลาย มองเพลิงด้วยความพิโรธโกรธเคืองที่เอาพี่ผิง เจ้าหญิงเซนต์ปีเตอร์มาครอบครองหัวใจ

 

“ครับ…”

 

“พี่ขออะไรเพลิงอย่างได้ไหม” ระหว่างที่พูด มือสีขาวก็จับลงผิวสีน้ำผึ้งของเขา แสดงถึงหนุ่มผู้รักความสมบุกสมบัน สง่าในวีรกรรม

 

“จะล้านอย่างก็ได้” เพลิงยวน

 

พี่ผิงหยิกที่แขนคนรักเบา ๆ “อย่าไปตีกับใครอีกนะ”

 

“ทำไมหรอครับ”

 

“พี่ไม่อยากให้เพลิงโดนบัญชีดำนะ เดี๋ยวจะไม่ได้ขึ้นม.๔” พี่ผิงเม้มปากทำหน้าเศร้า “พี่ไม่อยากคิดภาพเพลิงอยู่โรงเรียนอื่น มันไกลจากพี่ อยากให้เพลิงอยู่โรงเรียนนี้ใกล้พี่นี่แหละ ดีแล้ว” ก่อนจะยิ้มอย่างงดงาม

 

“ได้ครับ” เพลิงให้สัญญาพร้อมกับเอาปากกาเขียนใส่มือพี่เขา พยายามจะวาดรูปไฟอยู่ในเตาผิง

 

“อย่า…สกปรก” พี่ผิงแกล้งงอนแล้วชักมือกลับ

 

ถ้าไม่ใช่ในโรงเรียน เพลิงคิด เขาจะประคองพี่ผิงมากอดให้สมใจอยาก ให้มาอยู่ในอ้อมแขนอันแข็งแรงนี้ แต่เกรงใจอาจารย์ทั้งหลายผู้มีกฎเป็นเครื่องมือตัดคะแนน

 

“ขอโทษจ๊ะ”

 

“เอาแขนมานี่!” พี่ผิงพูดเชิงบังคับ – เพลิงเอื้อมมือไปให้จับ แล้วคนรักก็เอาปากกาเขียนแขนเป็นรูปนาฬิกา เวลาบ่ง ๑๘.๓๐ นาฬิกา เวลาที่เพลิงขอพี่ผิงเป็นแฟน ณ ร้านหน้าโรงเรียน

 

“จะดูว่าคืนนี้อาบน้ำรึเปล่า”

 

“อาบสิ…”

 

“อาบได้! แต่อย่าให้นาฬิกานี้หายนะ” พี่ผิงบอก

 

“จะเก็บไว้ในใจเลย” เพลิงเอ่ยใกล้ ๆ ใบหูบาง ที่มีจิวสีเงินประทับอยู่ น้ำเสียงทำเอาทั้งคู่ขนลุก ไม่อายสายตาประชาชีใคร พี่ผิงเป็นกลุ่มคนงามในโรงเรียน ไม่ใช่แค่งาม แต่ก็พร้อมที่จะมีเรื่องกับคนอื่น ส่วนเพลิงไม่ต้องพูดถึง จะแก่กว่าเท่าใด หากวาจาไม่เข้าหู ผู้พูดก็มีสิทธิ์ปากแตกได้

 

วันนี้ขณะนั่งในรถกลับบ้าน โดยมีสารถีผู้เป็นคนรักนำพา เขาไม่เคยลืมสัญญาข้อนี้ แต่จะเลือกความรักอย่างเดียวได้อย่างไร ในเมื่อในโลกนี้ยังมีเพื่อนอยู่

 

“พี่ผิงไม่น่าลำบากมาส่งผมเลย” ไม่ว่ากาลเวลาความเป็นแฟนจะเนิ่นนานแค่ไหน เพลิงไม่เคยขีดฆ่าคำว่าพี่ออกไปจากหน้าชื่อผิง อย่างน้อยก็ในตอนนี้

 

“ทำไม! มีใครจะลำบากไปส่งเพลิงแทนหรอ?!?” พี่ผิงตัดพ้อ

 

“เปล่า…” เพลิงเอื้อมไปหอมแก้มสักฟอด “แค่สงสารว่าจะกลับคนเดียวนะ”

 

“ไม่หรอก พี่มีเพลิงอยู่ในตัวพี่ตลอดเวลาแล้ว”

 

“ดีครับ…อย่ามีเพลิงน้อยก็แล้วกัน” หนุ่มน้อยเข้าใจแซว

 

“บ้า!” พี่ผิงชักหน้ากลับแล้วขวนอายอย่างมีจริต

 

เพลิงเอนหลังพิงเบาะ “ปีนี้มาสเตอร์จะแข่งอีกปี ผมอยากได้แชมป์เหมือนเขา เทอมหน้าก็ขึ้นม.๓แล้ว ถ้าได้แชมป์โอกาสขึ้นม.๔ ก็มีกว้าง อีกอย่างใครล่ะ ลงแข่งไม่อยากเป็นที่หนึ่ง”

 

“ซ้อมได้ แต่อย่าลืมพี่ล่ะ”

 

“ใครจะลืมพี่ล่ะ จดจำพี่ได้เสมอเหมือนจำโน๊ต”

 

“เห็นพี่เป็นแค่โน๊ตหรอ..เป่าแล้วก็ผ่านไป”

 

“แหม…ขี้งอนจังพี่ผิง” เขาแซวกลับแล้วเอนหัวพิงไหล่พี่ผิง พอดีที่รถเดินทางมาถึงหน้าบ้าน ก่อนลงรถ ทั้งสองจุมพิตกัน ใต้เงาจันทร์ ในโลกมนุษย์ ไม่มีใครน่าอิจฉาเท่าทั้งคู่แล้ว

 

สักพักก็ลงรถ โบกมือบาย ยิ้มให้กัน เพลิงทำมือเป็นโทรศัพท์เตือนพี่ผิงให้โทร.หาเขาทันทีที่ถึงหอ – หอผู้หญิงล้วนซึ่งมีแต่เพื่อน ๆ กลุ่มหล่อน

 

รถจากไป เพลิงมองจนลับตา แล้วโยนกล่องถุงยางที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง ทิ้งถังขยะ แล้วตรงไปเปิดประตูรั้วเข้าบ้าน

 

เหวี่ยงกระเป๋าแจนสปอร์ตสีฟ้าลงเตียง ถอดถุงเท้าลงตะกร้า นั่งอยู่ในห้องจนได้ยินเสียง

 

“ไปไหนมา?!?”

 

“ดูหนัง” เขาตอบ

 

“ใครมาส่ง”

 

“รุ่นพี่ที่โรงเรียน”

 

“ผู้ชาย/ผู้หญิงวะ”

 

“ผู้หญิง”

 

“แกนี่ไวไฟจริง ๆ รักใครก็อย่าลืมเผื่อคำว่า‘เสียใจ’ล่ะ แล้วอย่าไปหลงรักจนลืมการเรียน” น้ำเสียงแหบแห้งดังก้อง

 

“ครับ” เพลิงตอบพร้อมกับถอดเสื้อหมายไปอาบน้ำ

 

ผู้เป็นพ่อยืนมองเพลิง แล้วฉีกรอยยิ้มกว้าง ภายใต้หนวดดำดกหนา เรือนร่างแน่นด้วยกล้ามเนื้อ พ่อจุดบุหรี่ฝรั่งกลิ่นฉุน แล้วเดินกลับห้องไป

 

 

-D-