เข้าสู่เดือนพฤษภาคมแล้ว อีก 2 เดือนทาง Detectteam ก็จะทำงานมาครบ 1 ปีแล้ว สถานการณ์ค่อยเป็นค่อยไป โดยภาพรวมถือว่าเราทำงานกันได้ไปเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ไม่ถือว่าดีนัก แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายแต่ประการใด

 

หากผู้อ่านสังเกตให้ดีจะพบว่าในเดือนเมษายนและต้นเดือนพฤษภาคม เราไม่ได้กำหนดธีมใด ๆ หรือประกาศออกไปอีก เพียงแต่เรามุ่งเน้นการสัมภาษณ์รวบรวมข้อมูลเพื่อเล่าขานเรื่องราวให้กับผู้อ่านในประเด็นที่ (พยายาม) จะร่วมสมัยขึ้น และอิงในกระแสยิ่งขึ้น

 

อย่างไรก็ดี ต้องเข้าใจว่า Detectteam ไม่ได้เป็นสำนักข่าวใหญ่ระดับมีคนมากมายที่สามารถทำงานข่าวได้อย่างทันท่วงที แต่นั้นคือสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นข้อได้เปรียบเป็นอย่างยิ่ง เพราะเราเลือกจะดำเนินหนทางในแบบที่เรียกว่า Slow Journalism นั่นเอง

 

พูดง่าย ๆ ว่าเราอยากเป็นนักข่าวที่ช้ามากกว่านักข่าวที่ว่องไวปานเสือชีตาร์

 

เราอยากจะช้าเหมือนวาฬ แต่เห็นทุกอย่างรอบด้านผืนทะเล มากกว่าเสือที่พุ่งตะปปเหยื่อแต่ลืมมองเห็นความงามแห่งผืนป่า

 

เพราะขณะนี้โลกของสื่อมวลชนถูกครอบงำด้วยความเร็วที่แข่งขันกันเป็นเสี้ยววินาที ทุกคนแดกด่วนสรุปข่าวส่งเผยแพร่ออนไลน์อย่างว่องไว โดยลืมไปว่ายิ่งเร็วเท่าใดนัก ก็ยิ่งทำให้เราเหนื่อยล้ามากขึ้นกว่าเดิม

 

และความเร็วนั้นยิ่งทำให้เราละเลยหลงลืมบางอย่างระหว่างบรรทัด ซึ่งอาจเป็นประเด็นใหญ่ที่สุดสรุปผลภาพรวม แต่กลับถูกละเลยปล่อยปละไป

 

ดังนั้น Detectteam ซึ่งเคยนำเสนอข่าวสารเป็นธีมเรื่องราว จึงขอเริ่มออกเดินช้า ๆ ท่ามกลางสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงที่โหมกระหน่ำสื่อมวลชนอยู่ตลอดเวลา

 

ผู้อ่านครับ เราจะนำเสนอเรื่องราวร่วมกระแส ด้วยทัศนคติที่ว่าแม้เราจะเป็นสื่อที่เน้นสำรวจ อาจจะช้า แต่ไม่ใช่เต่าคลาน เราจะหาประเด็นร่วมสมัยและปลุกมันออกมาให้สังคมได้ตระหนักได้รับรู้เรื่องราว เราจะหาเรื่องราวที่ถูกเมิน แล้วนำมาชำระซักฟอกใหม่ ให้เห็นว่าเหลี่ยมมุมของเรื่องราวนี้ แท้จริงมันเป็นอย่างไร

 

จะทำแบบนี้ได้ ความเร็วไม่เพียงพอในการมองเห็น ต้องช้าและค่อย ๆ ไปจึงจะเห็นมันได้อย่างชัดเจนรอบด้าน

 

ตอนนี้เราจะเริ่มออกเดิน และวันข้างหน้าเมื่อเราพร้อม เราจะทำทั้งเร็วและช้าร่วมกันไป

 

สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงมาแล้ว อย่าไปกลัวว่ามันจะโหมกระหน่ำหรือสั่นระทมความหนาว ขอจงเรียนรู้ไว้ว่า เราจะผ่านมันไปได้อย่างไร

 

โดยที่ตัวเรายังคงมองเห็นทิวทัศน์ข้างหน้าชัดเจน อย่างคนผู้ยืนเด่นโดยท้าทาย

 

-D-