แฟน Marvel ทั่วโลกต่างใจจดใจจ่อรอคอยภาคต่อของซีรีย์ The Avengers ในภาคล่าสุด Infinity War และเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายก็ได้กลายเป็นปรากฎการณ์ที่ทำรายได้เปิดตัวสุดสัปดาห์ทั่วโลกสูงสุดตลอดกาลด้วยรายได้ 630 ล้านเหรียญ ถือเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 10 ปีของมาร์เวล สตูดิโอส์ ผู้สร้างภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ขวัญใจคนทั่วโลกได้อย่างสวยงาม

 

ส่วนในประเทศไทยนั้น หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันพุธที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำรายได้เปิดตัววันแรกสูงถึง 55 ล้านบาท นับเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำเงินผ่านหลัก 50 ล้านบาทได้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 วัน และมีการฉายหนังในโรงภาพยนตร์ IMAX ตลอด 24 ชั่วโมง ถือเป็นความน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย

 

ปรากฎการณ์ขนาดนี้ มีหรือที่ Detectteam จะไม่สนใจ เรามีโอกาสมาสัมภาษณ์ อนิล ยศสุนทร หรือ จึ๋ง แอดมินเพจ Marvel Thailand Fanpage อีกครั้งหนึ่งในงานเปิดตัว Avengers: Infinity War ที่ลาน Fashion Hall สยาม พารากอน งานที่รวมเอาสินค้า ของเล่น ของสะสม คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด คอลเลคชั่นหายาก จากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมกิจกรรมดูภาพยนตร์กับแฟนๆของค่าย Marvel (ชมบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ได้ที่ เปิดโลกมาร์เวล “ฮีโร่ต้องดีกว่าคนทั่วไป”)

 

สำหรับงานอีเวนท์ครั้งนี้ทางเพจ Marvel Thailand Fanpage ได้ร่วมกับทาง Disney ที่เป็นผู้สนับสนุนร่วมจัดงานนี้ขึ้นมาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ภายในงานมีการนำของสะสมอาทิ การ์ตูน Comic บอร์ดเกมส์ฮีโร่ควิซของทาง Marvel และรวมเหล่าบรรดาแฟน ๆ มาร่วมชมภาพยนตร์เรื่องนี้กัน โดยมีโปสการ์ดจากศิลปินนักวาดการ์ตูน Comic ชาวไทยมาแจกในงานด้วย ซึ่งงานนี้มีแฟนเพจมาร่วมงานเป็นจำนวนมากกว่าทุกครั้ง

 

อนิลเผยว่า หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉาย ก็กลายเป็นปรากฎการณ์ในสังคมไทยทีเดียว วันแรกที่เข้าฉายมีคนจองตั๋วล่วงหน้าและคนที่ไปรอดูจนล้นโรงและเต็มทุกรอบ

 

 

 

“ขนาดรอบฉายตอนตี 3 ก็ยังมีคนไปรอชมกันเลย”

 

 

 

ส่วนตัวอนิลนั้นหลังจากชมภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้ว 2 รอบ ยังยอมรับว่าพอดูจบ ก็รู้สึกถึงความพีกมาก ภาพยนตร์เรื่องนี้แฟนพันธ์แท้ของ Marvel พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แต่สำหรับคนที่ไม่เคยชมภาพยนตร์ตระกูลนี้มาก่อนอาจจะงง ๆหน่อย เนื่องจากไม่มีการปูเนื้อเรื่องในช่วงต้น และตัวละครเยอะ ไม่มีการแนะนำตัวละคร แต่เนื้อเรื่องหากลองชมไปก็น่าจะตามให้ทันเข้าใจได้ไม่ยาก อีกทั้งฉากแอ๊คชั่นยังทำออกมาได้สนุกมาก

 

สำหรับโดยภาพรวมนั้น อนิลบอกว่าการดำเนินเรื่องมันมีบางส่วนที่พอเดาออก แต่โดยรวมของเนื้อหา ไม่ตรงกับที่ตนคิดไว้เลย

 

 

“คือผมคิดอยู่แล้วว่าหนังจะออกมาแนวสิ้นหวัง แต่ไม่นึกว่าจะพีกขนาดนี้ ไม่นึกว่าจะกล้าทิ้งตอนจบที่ดูเหมือนกับว่าจะไปต่อยังไง ดูแล้วมันหดหู่มาก ที่เดา ๆ กันว่าจะมีตัวละครใดตายกันก่อนหน้านี้ ก็ผิดจากที่คาดไว้เยอะ แสดงว่าทางผู้สร้างมีเนื้อเรื่องให้รอเล่าต่ออีกเยอะ”

 

อนิลให้ข้อมูลต่อว่า สำหรับผลตอบรับทั่วโลกคิดว่ารายได้เปิดตัวน่าจะมากกว่าภาพยนตร์เรื่อง Black Panther ทั้ง ๆที่ภาพยนตร์เรื่องนั้นก็ได้ทำสถิติทางรายได้ไว้สูงมากอยู่แล้ว แต่ก็ถูกทำลายลงไปได้ ตอนนี้ต้องมาลุ้นกันต่อว่าจะทำรายได้สูงสุดอันดับ 1 ตลอดกาลแทนที่ภาพยนตร์เรื่อง Avatar ได้หรือไม่ หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายแล้ว ตนคิดว่าทางค่าย Marvel น่าจะมีแฟนติดตามเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ในส่วนของภาคต่อจากนี้จะมีการออกฉายในช่วงเวลาเดียวกันในปีหน้า

 

“ถือว่าเป็น 12 เดือนที่ยาวนานมาก คนดูก็ต่างสงสัยว่าเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะมีการทิ้งปมไว้เยอะมาก

 

และสิ่งที่น่ากลัวสำหรับภาพยนตร์จากค่าย Marvel คือมันจะส่งผลต่อภาพยนตร์อีกเรื่องที่จะฉายในเดือนกรกฎาคมนี้อย่างเรื่อง Ant-Man and The Wasp หรือไม่ ตนเกรงว่ากระแสจะไม่แรง เพราะเป็นหนังที่ฉายต่อจากภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ส่วนตัวคิดว่า เรื่องราวในAnt-Man คงปูทางไว้ให้เชื่อมต่อกันในภาพยนตร์ Avengers ภาคต่อไป

 

 

อนิลบอกต่อว่า ทางเพจได้มีการทำข้อมูล การย่อเนื้อเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ข้อมูลตัวละครแบบย่อ ๆไว้ล่วงหน้า เพื่อให้คนที่จะชมภาพยนตร์ จะได้ทำความเข้าใจกับตัวละครใหม่ได้ไม่ยาก ซึ่งข้อมูลตรงนี้มีการแชร์กันในเฟสบุ๊กเป็นจำนวนมาก หลังชมภาพยนตร์จบ มีแฟน ๆ หลายคนมีคำถามเยอะมาก แต่ทางเพจ เราจะยังไม่มีการพูดถึงรายละเอียดของภาพยนตร์ จนกว่าจะถึงวันที่ 7 พ.ค. จึงจะเริ่มมีการเผยแพร่ข้อมูลของภาพยนตร์เรื่องนี้

 

“เราอยากให้เวลาคนไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันก่อน”

 

ด้านแฟนคลับตัวยงอย่าง สรเชษฐ์ อวยพร หรือ อาร์ม เจ้าของตำแหน่ง Marvel Super Fan Thailand 2018 แสดงความคิดเห็นว่า ตนดูภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้ว 2 รอบ ความรู้สึกหลังจากที่ดูจบ ก็คือรู้สึกตื่นเต้นไปกับฉากต่อสู้ที่ดูอลังการ และหดหู่กับตอนจบท้ายเรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าติดตามว่าภาคต่อไปจะมีวิธีการดำเนินเรื่องต่อไปอย่างไร ส่วนตัวซูเปอร์ฮีโร่ที่ชอบมากที่สุดคือ Ironman และแน่นอนนักแสดงที่ชอบก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ผู้รับบทเป็น โทนี่ สตาร์ค นั่นเอง

 

“ที่เราชอบเพราะชีวิตของดารานักแสดงผู้นี้เคยตกต่ำสุดขีดเนื่องจากติดยาเสพติดอย่างหนักจนถึงขั้นเข้าเรือนจำ แต่หลังจากที่พ้นโทษออกมาได้กลับตัวกลับใจและรับบท Ironman ที่คนทั่วโลกยอมรับในฝีมือการแสดงจนมีชื่อเสียงอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน

 

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ตนพร้อมคนไทยอีก 5 คนได้มีโอกาสเดินทางไปที่ มารีน่า เบย์ แซนด์ส ประเทศสิงคโปร์ เพื่อร่วมงานเดินพรมแดงของภาพยนตร์เรื่องนี้ มีโอกาสใกล้ชิดกับ 3 ซูเปอร์ฮีโร่ ได้แก่ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (โทนี่ สตาร์ค/ไอรอน แมน) เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ (สตีเฟ่น สเตรนจ์/ด็อกเตอร์ สเตรนจ์) คาเรน กิลลัน (เนบิวลา) และผู้กำกับ โจ รุสโซ่ แบบใกล้ชิดอีกด้วย

 

 

“ผมรู้สึกดีใจมาก เหมือนอยู่ในความฝันที่ได้ใกล้ชิดนักแสดงคนโปรด โดยโจ รุสโซ่ ผู้กำกับ ได้เซ็นชื่อบนเกราะไอรอนแมนที่ผมสั่งทำมาในราคา 80,000 บาท และได้ใส่มาในวันนั้นด้วย ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาแค่ไม่กี่อึดใจแต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากจริง ๆ ส่วนนักแสดงคนโปรด อย่างโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ แม้จะไม่ได้มาถ่ายรูปกับเรา แต่เขาก็หันมามองเกราะที่เราใส่มาด้วย”

 

การเดินทางตลอดระยะเวลา 10 ปีของ Marvel Studio สู่ความยิ่งใหญ่แห่งวงการภาพยนตร์กับ Avengers: Infinity War จากฮีโร่ในการ์ตูนComic สู่การโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม ถือเป็นอีกขั้นของจักรวาล Marvel ที่กำลังขยายตัวจนเป็นปรากฎการณ์แห่งวงการภาพยนตร์ทั่วโลกในขณะนี้ เชื่อว่า 12 เดือนนับจากนี้แฟนหนังทั่วโลกต่างนับถอยหลังกับการต่อสู้ของเหล่าฮีโร่ในเรื่องราวภาคต่อไปอย่างแน่นอน

 

เป็นการรอคอยชนิดที่ว่า ตั้งหน้าตั้งตารอกันเลยทีเดียว

 

                                                                               

-D-