นานแค่ไหนแล้ว ที่ชาวเชียงใหม่ ทั้งจากอำเภอรอบนอกรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ต่างมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากมายมหาศาล เพื่อมารอดูศิลปินที่ชื่นชอบ นับตั้งแต่คอนเสิร์ต “ฟ. แฟน” ของป๋าเบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ทุกพื้นที่หน้าเวทีจนถึงบันไดเลื่อน และรั้วกั้นแต่ละชั้นคลาคล่ำไปด้วยแฟนๆนับพันที่มารอดูกลุ่มไอดอลที่กำลังมาแรงในช่วงนี้

 

ในช่วงสองวันที่ผ่านมา คือวันที่ 3-4 ก.พ. เชียงใหม่ก็ได้เกิดปรากฏการณ์ “ห้างแตก” อีกครั้ง นับตั้งแต่การปรากฏตัวของอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ดาราชื่อดังที่ห้างสรรพสินค้าเซนทรัลเฟสติวัล ผ่านมา 2 ปี เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ณ ที่แห่งเดิม แถมยังเป็นช่วงที่จังหวัดยังจัดงานใหญ่ประจำปีอย่างงานไม้ดอกไม้ประดับ และการจัดสอบ O-net ตามโรงเรียนต่าง ๆ แต่ก็ไม่อาจหยุดให้ผู้คนจากทุกสารทิศเดินทางกันมาดูกลุ่มนักร้องในดวงใจได้

 

นั่นก็คือวง BNK 48

 

ทันทีที่อินโทรเปิดตัววงดังขึ้น เสียงเชียร์และเสียงอังกอร์ดังกระหึ่มทั่วห้าง ทำเอาคนเฒ่าคนแก่ ชาวต่างชาติที่เดินช็อปปิ้งต่างพากันหยุดดู เมื่อตัวแทนสมาชิกบางส่วนของวงอยู่บนเวที เสียงกรี๊ดก็ยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม แท่งไฟเกือบร้อยหน้าเวทีโบกตามจังหวะและทำนองของเพลงจนกลายเป็นทะเลสีม่วงกล้วยไม้ตามสีประจำวง สลับกับหน้าจอกล้องโทรศัพท์มือถือที่คนดูหยิบขึ้นมาถ่ายคลิปบันทึก ตัวแทนสาว ๆ ทั้ง 6 คน ร้อง เต้นอย่างเต็มที่ เพื่อแฟน ๆ นับพันที่มาดูพวกเธอ แม้จะเป็นมินิคอนเสิร์ต แต่ก็มีสองรอบ และก็เป็นการแสดงในงานจับมือครั้งแรกของวงในภาคเหนือด้วย

 

เมื่อเพลง “อยากจะได้พบเธอ” จบลง สาว ๆ ก็พูดคุยกับแฟนเพลงอย่างเป็นกันเองและสนุกสนาน หลายคนพยายามพูดภาษาท้องถิ่นภาคเหนือเพื่อเอาใจแฟน ๆ กิจกรรมบนเวทีไม่ได้มีแค่ร้องเพลงอย่างเดียว พวกเธอยังให้แฟน ๆ ร่วมสนุกด้วยการเล่นเกมส์แลกของรางวัลอีกด้วย ผู้โชคดีหลายคนคงมีความสุขที่ได้รับของรางวัลสุดพิเศษจากมือนักร้องไอดอลที่ชื่นชอบ นอกจากจะขนเพลงต่าง ๆ ทั้ง “BNK48” “365วัน กับเครื่องบินกระดาษ” มาร้องแล้ว เพลงสุดท้ายในมินิคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่หลายคนต่างรอคอย และกำลังเป็นเพลงฮิตอยู่ในตอนนี้อย่างเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ก็ถูกขับร้อง ด้วยเพลงที่ไม่ได้มาแนวไอดอลญี่ปุ่นจ๋า ดนตรีสไตล์ดิสโก้และเนื้อหาถูกใจคนทั่วไป พร้อมท่าเต้นที่เต้นตามง่าย ๆ พร้อมท่อนอังกอร์อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เพลงนี้กลายเป็นไฮไลท์ของการแสดงครั้งนี้ไปเลย

 

ไม่ว่าจะลูกเด็กเล็กแดงไปจนถึงแฟนคลับวัยทำงานต่างร้องเพลงตามกลุ่มนักร้องได้อย่างดี เวลานั้นมวลมหาประชาแฟน หรือที่เรียกกันว่า “โอตะ” ในเชียงใหม่ ต่างร้องเพลง ชมกลุ่มเกิร์ลกรุ๊ปไอดอลจากกรุงเทพตัวเป็น ๆ หลังจากที่รอคอยมานาน

 

 

หลังจากการแสดงรอบแรกจบลง สาว ๆ ยังไปเซอร์ไพรส์แฟนเพลงกันต่อที่บูธขายของหน้าศูนย์การค้า ผู้คนต่างรายล้อมพวกเธอเหมือนเป็นดาราดังไม่มีผิด บัตรเข้าร่วมงานจับมือในวันอาทิตย์ 4 ก.พ. กว่า 10,000 ใบ ขายหมดไปเรียบร้อยในเวลารวดเร็ว บรรดาแฟนเพลงวัยมัธยมต้นจนถึงผู้ใหญ่ต่างพากันปูเสื่อ ขายรูปสมาชิกวง สินค้าที่ระลึกของศิลปิน มีแฟนคลับต่างเดินวนเวียนซื้อขายแลกเปลี่ยนรูปสมาชิกวงที่ชื่นชอบ มีแฟนเพลงจำนวนไม่น้อยที่ยอมทุ่มทุนทำเซอร์ไพรส์ไอดอลที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะจ้างรถโฆษณาโปรโมทงานวันเกิดของสมาชิก รวมไปถึงปรินท์แผ่นไวนิลขนาดใหญ่พร้อมรูปและข้อความต้อนรับติดไว้กลางห้างเป็นต้น

 

“งานจับมือ” ถือเป็นกิจกรรมหลักที่เป็นเอกลักษณ์ของไอดอลวงนี้ กิจกรรมที่เปิดให้เหล่าแฟน ๆ สามารถพบปะพูดคุยและจับมือกับสมาชิกไอดอลที่ชื่นชอบในระยะเวลาสั้น ๆ โดยการเข้าร่วมงาน มักจะขายบัตรที่แถมมากับแผ่นซีดีเพลงหรือสินค้าที่ระลึกของวง

 

ถัดจากมินิคอนเสิร์ตในวันที่ 3 ก.พ. ต่อมาก็เป็นวันงานจับมือในวันที่ 4 ก.พ. แฟนคลับนับพันต่างนั่งรอคิวที่เต็นท์หน้าห้างทั้งวันเพื่อรอที่จะได้พบปะจับมือพูดคุยเป็นเวลาสั้น ๆ กับตัวแทนสมาชิกวงทั้ง 8 คนที่มาจากกรุงเทพ (เพิ่มขึ้น 2 คนจากเดิมที่มาร้องในช่วงมินิคอนเสิร์ตจำนวน 6 คน) ความน่ารักสดใสและเป็นกันเอง ทำให้เหล่าแฟน ๆ ที่รอคอยมานานต่างประทับใจและหายเหนื่อยกันเลยทีเดียว ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงหัวค่ำ แฟนเพลงต่างเดินทางมาเพื่อพบกับพวกเธอทั้งวัน หลังจากที่เคยเห็นแค่ในโทรทัศน์หรืออินเทอร์เน็ต แม้จะมีปัญหาคนก่อกวนในงาน จนทำให้เกิดปัญหาต้องหยุดพักชั่วคราว แต่ก็ไม่ทำให้งานนี้ล้มเลิกไปง่าย ๆ เหล่าแฟนคลับบางส่วนยอมสละเวลาเพื่อมาช่วยจัดการความเรียบร้อยในงานกับทีมงาน ตั้งแต่จัดคิวให้ในวันแรกจนถึงรักษาความเรียบร้อยในช่วงสุดท้าย

 

ในช่วงเช้า เหล่าไอดอลออกมาจับมือกับแฟน ๆ ในชุดวัยรุ่นทั่วไป แต่เมื่อถึงช่วงบ่าย สาว ๆ กลับมาในชุดพื้นเมืองชาวไทยภูเขาที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างความประทับใจแก่แฟน ๆ ชาวเชียงใหม่และภาคเหนือหลายคน เมื่อถึงเวลาสมาชิกทั้ง 8 ปรากฏตัวอีกครั้งเพื่ออำลาแฟน ๆ ทุกคนที่มาชมและเป็นกำลังใจให้พวกเธอตลอดสองวันที่ผ่านมา ก่อนที่พวกเธอจะเดินทางกลับไปยังกรุงเทพมหานครในคืนวันนั้น

 

นับตั้งแต่ 29 สมาชิกรุ่นแรกเปิดตัวในงาน JAPAN EXPO 2017 ในฐานะวงน้องสาวในประเทศไทยกลางการแสดงของเกิร์ลกรุ๊ปไอดอลรุ่นพี่ชี่อดังจากญี่ปุ่น AKB48 เมื่อต้นปีที่แล้ว ผมก็เฝ้าดูพวกเธอว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน ในยุคที่เพลงป็อปในไทยถูกศิลปินเกาหลีและตะวันตกกลืนกิน ตลาดเพลงไทยซบเซา ชาร์ตเพลงถูกศิลปินวงร็อค และนักร้องเพลงบัลลาดครอบครอง

 

วันนี้ พวกเธอสามารถที่จะเข้าไปอยู่ในใจแฟนเพลงทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อย เหมือนที่โฟร์มด  ทีสเกิร์ต ซาซ่าเคยทำเมื่อก่อน และหวังว่าพวกเธอจะตามรอยความสำเร็จในฐานะ “ไอดอลมหาชน” เหมือนที่วงพี่สาวที่ญี่ปุ่นเคยทำ

 

สู้ต่อไป BNK48

 

-D-