Old Journalist never die

 

www.theminimalists.com

 

นักข่าวทั้งหลายคงจะเคยพบกับหัวหน้าข่าวแย่ ๆ นิสัยไม่ดี ไม่มีกึ๋น ด่ากราดด้วยถ้อยคำหยาบคายกันมานักต่อนัก แต่บุคคลที่จะกล่าวถึงในเดือนนี้ คือสุดยอดหัวหน้าข่าวที่ระห่ำแตกเกรี้ยวกราดโมโหรุนแรงที่สุดเท่าที่โลกใบนี้จะมีมา เขาเป็นศูนย์รวมของหัวหน้าข่าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่วงการนักข่าวจะประสบพบเจอ และก็เป็นหัวหน้าข่าวที่ลูกน้องนักข่าวเกลียดไม่เบา

 

แถมชีวิตชายคนนี้ยังมีความระห่ำแตกพลิกผันอย่างยิ่ง เราจะมาเล่าเรื่องราวของชายคนที่มีชื่อว่า “Charles Chapin” ไปทีละบรรทัดกัน

 

ชายหนุ่มคนนี้ถือกำเนิดในเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เริ่มทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ตั้งแต่อายุ 14 ปี โดยไปเริ่มอาชีพที่เมืองแคนซัส ก่อนย้ายไปชิคาโก ที่เมืองนี้เขาเริ่มงานเป็นนักข่าวอาชญากรรมกลายเป็นหัวหน้าข่าวด้วยวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น ชื่อเสียงโด่งดังประสบความสำเร็จจนถูกดึงตัวย้ายไปทำงานที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก เวิลด์ ของ โจเซฟ พูลิเซอร์ผู้ยิ่งใหญ่ ในปี ค.ศ.1898 ซึ่งขณะนั้นถือเป็นหนังสือพิมพ์ที่ยอดขายสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกาถึงวันละ 1 ล้านฉบับต่อวันเลยทีเดียว

 

ขอเพิ่มเติมหน่อยว่า หนังสือพิมพ์นิวยอร์กเวิลด์ ในยุคนั้น ตีพิมพ์หนังสือออกจากแท่นพิมพ์ตั้งแต่ก่อนหกโมงเช้า และมีกรอบฉบับต่าง ๆ ออกมาเรื่อยจนถึงเกือบเที่ยงคืน ในยุคนั้นนักข่าวหนังสือพิมพ์ทำงานหนักและแทบเป็นบ้า อีกทั้งยังเสี่ยงถูกฆ่าเสียอีก Chapin บรรยายสภาพการทำงานและความเสี่ยงตายของนักข่าวไว้ว่า “ตลอด 20 ปีที่ผมเป็นบก.โต๊ะCity มีทีมงานของผมมากกว่า 50 คนล้วนจบชีวิตลงที่สุสาน ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 40 ปีเท่านั้น”

 

อย่างไรก็ดีที่นิวยอร์กเวิลด์นี่เอง ที่ที่นักข่าวเสี่ยงตายและบางคนก็ตายตั้งแต่อายุยังน้อย แต่นิวยอร์ก เวิลด์แห่งนี้แหละ ที่ Chapin สร้างชื่อเสียงตัวเองขยับตัวเองจนเป็นบรรณาธิการข่าวกรอบเย็นของหนังสือพิมพ์ดังกล่าว และเมื่อก้าวขึ้นเป็นบรรณาธิการแล้ว ความระห่ำแตกของชายคนนี้ก็กระจ่างประจักษ์ชัดแจ้งยิ่งขึ้น

 

www.jstor.org

 

ดังตัวอย่าง เช่น ตลอดชีวิตการเป็นบก.นั้น เขาไล่นักข่าวออกไปประมาณไม่น้อยกว่า 108 คน โดย 1 ใน 108 คนที่ถูกเขาไล่ออกนั้น มีลูกชายของโจเซฟ พูลิเซอร์รวมอยู่ด้วย พูดภาษาง่าย ๆ คือว่า เขากล้าไล่ลูกชายของเจ้าของบริษัทออกด้วย อีกทั้งบางคนที่ถูกเขาไล่ออก ก็มาจากเหตุผลง่าย ๆ เพียงแค่ทะลึ่งใช้คำศัพท์ใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นหูในตอนนั้นแล้วดันเสือกเขียนลงไปในเนื้อหาข่าว อย่างคำว่า “แบบสอบถาม” นั่นเอง

 

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อมีเหตุการณ์เรือพลังงานไอน้ำ “เจเนอรัล สโลคัม” ถูกไฟไหม้ในแม่น้ำอีสต์ริเวอร์ เมืองนิวยอร์ก มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ถึง 1,021 คน ขณะที่คนในห้องข่าวร่ำไห้กับเหตุการณ์นี้เป็นจำนวนมาก Chapin กลับผิวปากอย่างอารมณ์ดีไปทั่ว เพราะได้ข่าวใหญ่มานำเสนอ แถมก่อนหน้านี้เขาเคยได้ตั๋วขึ้นเรือลำนี้ฟรี แน่นอนเขาไม่ได้ใช้และฉีกมันทิ้งต่อหน้าทีมงานด้วยซ้ำ

 

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ ผู้ว่าเมืองนิวยอร์กถูกคนร้ายลอบยิง แล้วช่างภาพของหนังสือพิมพ์จับภาพดังกล่าวได้ แสดงให้เห็นสีหน้าของผู้ว่าที่ได้รับบาดเจ็บมือกุมตัว ภาพดังกล่าวถูกส่งมาให้ Chapin พิจารณา เขาถึงกลับตะโกนก้องว่า “เลือดสาดเต็มไปหมด สุดยอด เป็นอะไรที่เอ็กซ์คลูซีฟจริง ๆ”

 

และสำหรับลูกน้องนักข่าวใต้การบังคับบัญชาของเขานั้น หากทำอะไรไม่ถูกใจชายคนนี้ มีหวังชีวิตพังแน่ ดังเช่นนักข่าวชื่อ สมิธส่งข่าวช้า เมื่อเขาโทรศัพท์ไปหา Chapin ก็ได้รับคำตอบมาว่า “เอ็งชื่อสมิธเหรอ? แล้วเอ็งบอกว่าเอ็งทำงานที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก เวิลด์เหรอ? เอ็งมันตอแหล!! ไอ้สมิธนะ มันหยุดทำงานที่นี่ไปเมื่อชั่วโมงก่อนแล้ว”

 

พูดง่าย ๆ ว่าเขาไล่นักข่าวคนนี้ออกไปแล้ว เพราะส่งงานช้า

 

อย่างไรก็ดี แม้ บก.ข่าวคนนี้อาจเป็นคนระห่ำแตกโหดสัส ๆ แต่เขาก็สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับการเขียนข่าวที่จะดังแพร่กระจายนิยมใช้ไปทั่วโลก เช่น การพาดหัวที่มีถ้อยคำที่หนักแน่น การเน้นข้อเท็จจริงในรายงานข่าว (ไม่ใช่พึ่งสำนวนให้มันหวือหวา) โดยข้อเท็จจริงนั้น ต้องตอบคำถามสำคัญว่า ใคร ทำไม ที่ไหน อะไร และอย่างไรได้ เป็นผู้บุกเบิกการใช้โทรศัพท์มาช่วยงานข่าว โดยอาศัยเครือข่ายนักข่าวในพื้นที่ เก็บข้อมูลแล้วส่งข่าวมายังสำนักข่าว เพื่อให้รีไรเตอร์เป็นผู้เรียบเรียงข่าวเขียนเรื่องราวขึ้นมา แน่นอนว่าข่าวที่รีไรเตอร์เรียบเรียงแล้วถูกใจ Chapin นั้น ก็คือ ข่าวหายนะภัยนั่นเอง

 

ความระห่ำแตกของ Chapin พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในปี 1918 ขณะอายุได้ 60 ปี การใช้ชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อหรูหรา จนเมื่อเศรษฐกิจวิบัติ หนี้สินมากขึ้นจนก่อเกิดเป็นความเครียดของ Chapin ก็ทำให้เขาก่อความผิดพลาดร้ายแรง สติหลุดยิงภรรยาตัวเองตายบนเตียงนอน ข่าว Chapin ฆาตกรรมภรรยาของตัวเอง สร้างความตกตะลึงให้กับเพื่อนร่วมงานลูกน้องใต้การบัญชาการของเขาเป็นอันมาก

 

“พวกเขา (นักข่าวเพื่อนร่วมงาน) รู้กันดีว่า Chapin จะต้องไปข้องเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมในสักวันแน่ แต่ส่วนใหญ่คิดว่าเขาจะโดนฆ่าเสียมากกว่า” ไม่มีใครคิดว่าคนระห่ำแตกของเขาจะยิงภรรยาตัวเองตายได้ แม้จะพยายามฆ่าตัวตาย แต่ก็ไม่สำเร็จ Chapin ถูกศาลสั่งจำคุกที่เรือนจำชิงชิงที่มีความมั่นคงสูงในนิวยอร์กตลอดชีวิต คนระห่ำแตกที่แปรสภาพจากบก.ข่าวเป็นนักโทษได้ใช้เวลาในเรือนจำบันทึกความทรงจำในช่วงชีวิตไว้ ซึ่งต่อมาเป็นหนังสือขายดีในยุคนั้นเสียด้วย

 

murderpedia.org

 

อย่างไรก็ดีสายเลือดนักข่าวมันก็คือนักข่าว Chapin กลายเป็นบก.ข่าวในเรือนจำ กับหนังสือพิมพ์ที่ชื่อว่า Solitaire ทำการคัดเลือกเรื่องราวข่าวของนักโทษนำเสนอข่าว และด้วยความเป็นคนระห่ำแตกทำให้เวลาต่อมา เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งบรรณาธิการ หลังสร้างความขุ่นเคืองให้กับเพื่อนนักโทษที่ไม่พอใจการนำเสนอเนื้อหาข่าวที่เขาคัดลงตีพิมพ์ แม้ส่วนใหญ่ข่าวที่นำเสนอ จะเป็นข่าวการเรียกร้องสิทธิความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับนักโทษด้วยกันเองก็ตาม

 

เมื่อพ้นจากงานข่าว Chapin ก็เขียนชีวประวัติตัวเอง ก่อนใช้เวลาหลังลูกกรงในการแปลงที่ว่างในเรือนจำอันแสนแห้งแล้ง ให้กลายเป็นสวนที่สวยงาม ด้วยการปลูกดอกกุหลาบแทน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จจนนิตยสารยุคนั้นนำเรื่องราวการปลูกกุหลาบในเรือนจำไปนำเสนอหลายตอน จนได้รับฉายาหลังเสียชีวิตในเรือนจำแห่งนี้ว่า “บุรุษกุหลาบแห่งซิง – ซิง”

 

นี่คือเรื่องราวของบก.ข่าวสุดระห่ำแตกที่ไล่นักข่าวออกเป็นว่าเล่น ลุ่มหลงกับข่าวใหญ่มุ่งมั่นในการนำเสนอข่าว วัฒนารูปแบบการเขียนข่าว และมีชีวิตที่ผาดโผนยิ่งนัก จากบก.ข่าวสู่การเป็นนักโทษ จากชีวิตเสรีภาพสู่การอับจนหลังลูกกรงหมดสิ้นอิสรภาพ

 

นับเป็นเรื่องราวที่มากสีสันกับความระห่ำแตก ที่ว่ากันว่านักข่าวใต้การบังคับบัญชาต่างเกลียดและเกรงกลัวชายคนนี้ยิ่งนัก

 

อย่างไรก็ดี Charles Chapin ถือเป็นหนึ่งในตำนานประวัติศาสตร์วงการนักข่าวโลกที่ถือได้ว่ามีส่วนในการผลักดันรูปแบบการเขียนข่าวมาตรฐานออกมา

 

และพิสูจน์ได้ว่า ความระห่ำแตกของชายคนนี้ น่าจะทำให้นักข่าวที่มีหัวหน้าแปลก ๆ แย่ ๆ เมื่อได้ฟังเรื่องราวของเขาแล้ว คงจะต้องบอกว่า โชคดีเพียงแค่ไหนที่เรามีหัวหน้าดีแสนดี ดี๋…ดี…ขนาดนี้(วะ)…

 

-D-

 

เรียบเรียงข้อมูลจาก

หนังสือคนข่าวฉลาดทำงานศตวรรษ 21 เดวิด เรนดัลเขียน สุนันทา แย้มทัพแปล หน้า 63-64

https://www.americanheritage.com/content/charles-chapin

https://www.jstor.org/stable/j.ctt13wzzpk