ได้ยินเพลงบอกไว้ลมหนาวมาถึงเมื่อไร มันต้องเหงาในใจตามเนื้อเพลงอยู่เรื่อยไป

 

คราวนี้ถ้าต้องเจอ หน้าหนาวนี้ขอร้องเถอะ ขอได้ไหม ..ขอมือหน่อยได้ไหมอากาศหนาว ๆ ไม่ชอบเลย ขอมือหน่อยอย่าเฉยเมยจนฉันนั้นต้องเสียใจ อยากขอแค่ได้ไออุ่นจากเธอได้ไหม บอกความรู้สึกข้างใน ก่อนหน้าหนาวคราวนี้จะผ่านไป

 

เสียงเพลงจากโมบาย เรดิโอ เริ่มต้นขึ้น ทันทีกับที่เริ่มต้นเดือนธันวาคมนี้ด้วยอากาศหนาวววววววววววววววววววววววววว

 

ทำให้ฉันผู้ซึ่งหลงใหลในอากาศหนาวอยู่เป็นทุนเดิม แต่ร้างลาห่างหายความรู้สึกแบบนี้ไปนานมาก ตัดสินใจไลน์หาเพื่อนอีก 3-4 คนชวนไปเที่ยวหาความหนาวกัน เมื่อเพื่อนตกปากรับคำปุ๊บ ฉันก็กระโดดลุกจากเก้าอี้ทำงานในค่ำวันศุกร์สิ้นเดือน ฝ่าการจราจรที่ติดขัดแสนสาหัส มุ่งตรงสู่คอนโดมิเนียม เพื่อเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าทันที

 

คอนโดมีเนียม ย่านสุทธิสาร เป็นสถานที่นัดพบของฉันและกลุ่มเพื่อน ในเวลาตี 3 โดยมีรุ่นน้องของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มรับเป็นสารถีและไกด์จำเป็นให้ พวกเรามุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบูรณ์ และถึงในเวลาเกือบ 10 โมง

 

เราขับรถขึ้นเขามาแวะอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ เป็นจุดแรก ความรู้สึกแรกที่ฉันสัมผัสคือความสวยงามของภาพพื้นที่เบื้องล่างที่เห็นไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา ให้ความรู้สึกกว้างใหญ่ สบายตา สบายใจ

 

แต่ทันทีที่หันกลับมาเบื้องหลัง ส่วนตัวรู้สึกหดหู่ วังเวงชอบกล อาจด้วยบรรยากาศที่มีเสียงลมหนาวพัด วี้ดดดด กระทบกันเอง ประกอบกับภาพของการตั้งกระสอบสูงเป็นชั้นๆในลักษณะของการตั้งฐานทัพ ไว้รับมือ หรือโจมตีฝ่ายตรงข้าม รวมถึงการขุดดินลึกลงไปเป็นทางยาว ลักษณะเหมือนที่หลบภัย ขนาดที่คนจะสามารถลงไปยืนได้ทั้งตัว

 

 

การได้ยินเสียงรุ่นน้อง ไกด์จำเป็นผู้ซึ่งมาเที่ยวที่นี่นับครั้งไม่ถ้วน เล่าให้ฟังว่าจุดนี้ เป็นเครื่องเตือนใจคนไทย ให้เห็นถึงความเสียสละของทหาร ตำรวจ และพลเรือนรวมกว่า 1,000 ราย ที่ต้องเสียชีวิตจากการสู้รบปกป้องพื้นที่ไทย ในเขตพื้นที่ รอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่เมื่อปีพ.ศ. 2511-2525 ก็ยิ่งทำให้สถานที่นั้นศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาอีก

 

หลังถ่ายรูป เก็บบรรยากาศ และความทรงจำจนหนำใจ เราก็ตัดสินใจแวะชิมกาแฟ พร้อมถ่ายรูปอีกเล็กน้อยที่ร้านชื่อดังอย่าง “Pinolatte” ซึ่งมีธรรมเนียมว่าถ้าใครไม่ได้มาเช็คอิน ประหนึ่งมาไม่ถึง หลังสาว ๆ หนุ่มประโคมแต่งหน้า แต่งตัว เมคอัพแน่นกับการถ่ายรูปแล้ว เราก็ตัดสินใจไหว้พระพร้อมชมความงามของมหาวิหาร พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ แห่งวัดผาซ่อนแก้ว ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เห็นพระพุทธเจ้าองค์ใหญ่ตามลำดับ สีขาวสะอาดตาถูกสร้างขึ้นต่อๆกันไปเป็นชั้นๆ สวยงามมาก

 

 

เสร็จภารกิจการถ่ายรูป เที่ยวชมธรรมชาติ ท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงเรื่อยๆ บ่งบอกว่าเวลาพลบค่ำใกล้มาเยือน ทำให้คณะเที่ยวพวกเราต้องรีบขับรถขึ้นไปยังที่พัก ที่ภูทับเบิก เป้าหมายที่เราจะใช้ค้างแรม ย่างหมู พร้อมทั้งนอนดูดาวกันทันที เนื่องจากสภาพเส้นทางที่ค่อนข้างชัน และใช้เวลากว่า 1.30 ชั่วโมงในการเดินทาง หากมืดกลางทาง คงจะไม่ดีแน่

 

เวลาเกือบ 6 โมง เราก็มาถึงที่หมาย ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นภาพการจราจรที่ค่อนข้างวุ่นวาย แออัด และมีคนเนืองแน่น ทางพวกเรารีบวิ่งไปที่ศูนย์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิกทันที เพื่อขอเบิกเต็นท์และเครื่องนอนที่จองกันไว้ในราคา 800 บาท โดยที่พักมีตั้งแต่เป็นบ้านพักหลังใหญ่ ที่สามารถจุถึง 4-8 คน ไปจนถึงการเช่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอน หรือจะเอาเป็นเต็นท์เปล่า จนถึงการเก็บเพียงค่าสถานที่ คนละ 50 บาทต่อคืน กรณีนำเต็นท์มาเอง ยืมแค่สถานที่ในการใช้กางเท่านั้น

 

 

แต่สิ่งที่เป็นจุดพีค และทำให้ฉันฟินมาก คือการสั่งหมูกระทะที่ถูกจัดเป็นชุดเล็ก ชุดใหญ่ พร้อมแถมผักปลูกเองตะกร้าเบ้อเริ่มจากคนในพื้นที่ นี่แหละ เพราะนอกจากจะอร่อย ความสนุกมันอยู่ตรงที่ได้นั่งผิงไฟแย่งกินกับเพื่อนๆ เหมือนชีวิตได้ย้อนกลับไปสมัยเป็นนักเรียนที่เล่น กิน ได้โดยไม่ต้องคิดหรือเครียดเรื่องใดๆ ก่อนที่พวกเราจะนอนดูดาว แล้วหลับไปท่ามกลางอากาศหนาว 14 องศา

 

หลังจากตื่นเช้าเก็บข้าวของ คืนผ้าห่ม เครื่องนอนกันแล้ว ก็มุ่งหน้าถ่ายภาพเเนว Portrait ที่ภูหินร่องกล้า ซึ่งมีหลายจุด หลายด่านให้เดินไปเก็บภาพบรรยากาศ และซึมซับกับความสวยงามของธรรมชาติและก้อนหินขนาดน้อยใหญ่ในรูปทรงต่างๆที่แล้วแต่ธรรมชาติจะสรรค์สร้าง แต่จุดยอดฮิตต้องเป็นลานหินตะปุ่มตะป่ำ ที่นอกจากจะเห็นวิวของเพชรบูรณ์ทั้งจังหวัดแล้ว ยังสามารถครีเอทไปนอนลงบนตัวหิน ที่มีลักษณะตะปุ่มตะป่ำตามชื่อ ก็เก๋ไม่เบา

 

และแน่นอนฉันและเพื่อนๆก็เป็นกลุ่มที่ลงเอาหลังกลิ้งกะหิน และโพสต์ท่าลงโซเชียลอย่างสวยงาม

 

แม้การเดินทางของฉันคราวนี้มันจะดูปุบปับทัวร์ไปเสียหน่อย ประกอบกับวันเวลาที่มีเพียง2วัน 1 คืนเท่านั้น ทำให้เที่ยวไม่ครบทุกสถานที่ แต่ฉันกลับ ‘อิ่ม’

 

อิ่ม ด้วยอาหาร

 

อิ่ม ด้วยใจ

 

และอิ่ม ด้วยความรู้สึกที่ “ภูทับเบิก”เติมเต็มพลัง แรงใจ เหมืิอนชาร์ตแบตให้ตัวเองกลับมาทำงานและใช้ชีวิตอีกครั้ง

 

-D-