Detectteam ทำธีมท่องเที่ยว ขอเอี่ยวมาดูว่าประเทศใดบ้างที่เหมาะกับการประกอบอาชีพนักข่าว เผื่อนักข่าวไทยจะอยากเดินทางไปสมัครงานในประเทศนั้น ๆ กันบ้าง

 

Reporter without borders For Freedom of Information หรือ องค์กรนักข่าวไร้พรมแดนได้จัดอันดับประเทศที่ว่ากันว่ามีเสรีภาพสูงสุด 180 ประเทศ เขาก็จะจัดอันดับลดหลั่นกันไปจากเสรีมาก เป็นเสรีปานกลาง เสรีน้อยหน่อย และเสรีน้อยมาก ๆๆ ซึ่งเสรีภาพนี่เหมาะเจาะสอดคล้องกับการทำงานของนักข่าว หากเสรีมาก ก็มีอิสระในการนำเสนอข่าวสาร หากไม่เสรีเลย อันนี้การทำข่าวก็ไม่สะดวก นักข่าวจะไปเที่ยวกึ่งทำงานก็จะลำบากเสียหน่อย

 

2017 ใกล้จะหมดปีนี้ องค์กรนักข่าวไร้พรมแดนได้จัดอันดับกันไปเรียบร้อยแล้ว เป็นข่าวฮือฮาในประเทศไทยอยู่สักพัก แต่ความน่าสนใจมีมากกว่าว่าประเทศไทยอันดับใด บรรทัดต่อไปเชิญพินิจารณาว่าประเทศไหนกันบ้างที่มีเสรีภาพในการทำข่าว นักข่าวท่านใดอ่านแล้วอยากเก็บกระเป๋าไปท่องเที่ยวชิมเสรีภาพหรืออยากจะไปแบบชิมกลิ่นอากาศของเสรีภาพน้อยหน่อย ก็ลองอ่านกันได้โดยพลัน

 

อันดับ 1 นอร์เวย์ ทางองค์กรนักข่าวไร้พรมแดนให้คำนิยามไว้ว่า “Faultless” แปลเป็นไทยฉบับ Detectteam ได้ว่า หาข้อผิดพลาดไม่ได้เลย พูดง่าย ๆ ว่าไม่มีข้อจำกัดการทำงานของนักข่าวในประเทศนี้ ทำข่าวกันได้อย่างเสรีภาพ ซึ่งนอร์เวย์อันดับดีขึ้นมาจากปี 2016 ที่ได้อันดับ 3 โดยคะแนนอยู่ที่ 7.60 (ถ้าคะแนนยิ่งน้อยแสดงว่ายิ่งมีเสรีภาพ) โดยองค์กรสรุปมาสั้น ๆ ว่า นอร์เวย์มีรัฐธรรมนูญคุ้มครองเสรีภาพสื่อ การทำร้ายสื่อในกรณีต่าง ๆ นั้นแทบจะหายากยิ่งกว่าสัตว์ใกล้สูญพันธ์เสียอีก โดยมีกฎหมายห้ามเจ้าของบริษัทธุรกิจสื่อถือหุ้นเกินกว่า 40% ในสื่อประเภทต่าง ๆ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ แม้จะมีการข่มขู่จากกลุ่มคลั่งศาสนาหัวรุนแรงบ้าง (หมายถึงพวก IS) แต่โดยรวมกลิ่นอายเสรีภาพสื่อหอมน่าดอมดมยิ่งนัก

 

ทั้งนี้ในภาพรวมนั้น ยุโรปครองความเป็นยอดเรื่องเสรีภาพสื่อ โดยอันดับ 2-4 ก็อยู่ในประเทศแถบสแกนดิเนเวียทั้งสิ้น ประกอบด้วย สวีเดน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก นักข่าวไปเที่ยวแถบนั้นอยากจะทำข่าวสืบสวนใด นับว่ามีอิสระมาก แต่อาจจะหนาวหน่อยเท่านั้นเอง ส่วนอันดับ 5 เป็นเนเธอร์แลนด์ที่ไม่ได้ไปฟุตบอลโลกที่รัสเซียในปีหน้า (อันหลังใส่มาทำไม!)

 

 

ที่น่าสนใจคืออันดับ 6 เป็นประเทศจากทวีปอเมริกาเหนือ ช้าก่อนผู้อ่าน! อย่าพึ่งไปคิดว่าคือสหรัฐอเมริกา โอย..อยู่อันดับที่ 43 นู่น คือเสรีปานกลาง ไม่มากเหมือนอันดับบน ๆ เขา สำหรับประเทศเจ้าของตำแหน่งเสรีภาพสื่ออันดับ 6 ของโลกได้แก่ แต้น แต่น แต้น..คือ..คอสตาริกานั่นเอง ซึ่งได้อันดับเท่ากับปีก่อน แสดงถึงมาตรฐานแห่งเสรีภาพที่คงเส้นคงวายิ่งนัก แม้จะมีความรุนแรงของอาชญากรรมและการฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่สื่อมวลชนก็ยังทำงานได้อย่างมีอิสระมากๆๆๆๆๆ

 

สำหรับประเทศจากทวีปแอฟริกาที่อันดับดีที่สุดในทวีปนั้น อยู่ในระดับเสรีภาพปานกลาง ก็คือ ประเทศนามิเบีย ซึ่งมีภูมิศาสตร์อยู่ทางใต้ของทวีป อย่างไรก็ดีนามิเบียอันดับลงจากปีก่อนที่ได้อันดับ 17  แม้จะมีการรับรองเสรีภาพของสื่อและการพูด แต่ก็มีการข่มขู่คุกคามจากรัฐบาลบ้าง จนต้องนักข่าวต้องหนีไปทำข่าวในโลกอินเทอร์เน็ต เพราะเจ้าของสื่อก็เซนเซอร์ตัวเอง แถมพรรคการเมืองก็ยังมีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายสื่อให้เห็น และรัฐบาลก็อ้างการปิดบังข้อมูลการทำงานของสื่อว่า เพื่อความสงบเรียบร้อยอันดีงามของสาธารณะ (มุกนี้รัฐบาลเขาคงใช้กันทั้งโลกโดยมิได้นัดหมาย) ส่วนทวีปลาตินอเมริกาใต้นั้น ประเทศที่ได้อันดับดีกว่าใครเพื่อนคือ ประเทศ Surinam  ในอันดับ 20  สูงกว่าประเทศดัง ๆ ในทวีปนั้นด้วยซ้ำ โดยแม้จะมีการสนับสนุนเสรีภาพสื่อ แต่ประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้ทำการนิรโทษให้กับเหตุการณ์ลอบสังหารนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม 15 คนที่ถูกฆ่าเสียชีวิตเมื่อปี 1982 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีนักข่าวเสียชีวิตด้วย 5 คนด้วยกัน อย่างไรก็ดีภาพรวมก็ยังถือเป็นประเทศที่น่าไปทำข่าว แต่หลายท่านอาจจะงงว่า มันอยู่ส่วนไหนของทวีป(วะ) ก็ช่วยไม่ได้นะ เพราะตอนเรียนวิชาภูมิศาสตร์ไม่ตั้งใจเรียนเอง ผู้เขียนก็เช่นกันไม่กล้าเขียนภาษาไทยเล่นทับศัพท์ไปเลย กันโดนด่า

 

สำหรับทวีปออสเตรเลียนั้น ประเทศออสเตรเลียได้อันดับ 19 อย่างไรก็ดีนายทุนเจ้าพ่อสื่อของออสเตรเลีย อย่างนาย Rupert Murdoch (ซึ่งเป็นเจ้าพ่อสื่อของโลกด้วย) กับกลุ่มุทน Fairfax กลับคุมธุรกิจยอดขายของสื่อหนังสือพิมพ์ในประเทศถึง 85 % แถมยังต้องน่าหวาดวิตกกับกฎหมายสอดแนมสื่อมวลชน ภาพรวมนั้นออสเตรเลียก็ยังอยู่ในระดับที่เสรีสื่อปานกลาง แต่ประเทศที่ได้อันดับดีที่สุดในทวีปเป็นนิวซีแลนด์ที่ได้อันดับ 13 ประเทศจะเล็กแต่เสรีภาพสื่อสูงกว่าออสเตรเลียนะครับ

 

มาถึงทวีปเอเชีย ประเทศที่เสรีภาพดีที่สุด เขายกให้ ไต้หวัน อยู่ที่อันดับ 45 ขึ้นมาจากปีก่อนที่เคยอยู่อันดับ 51 โดยไต้หวันนั้นคะแนนเสรีภาพสื่อเท่ากับปีก่อนพอดี แสดงว่ามีประเทศอันดับบน ๆ ฟอร์มร่วงหล่นคะแนนเพิ่มจนอันดับตก โดยวิเคราะห์ว่าอันตรายของการทำงานสื่อไต้หวันนั้นมาจากการข่มขู่คุกคามทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจจากจีนแผ่นดินใหญ่ ก็เป็นเรื่องที่น่าจะพอเดาได้ว่า สื่อไต้หวันนำเสนอประเด็นไม่ค่อยเป็นคุณประโยชน์กับทางจีนเท่าไหร่

 

อันดับ 2 ในเอเชียคือ เกาหลีใต้ครับ แต่อันดับ 3 น่าสนใจกว่าเราจึงข้ามอันดับ 2 ไป เพราะประเทศอันดับ 3 ในเอเชียที่มีเสรีภาพสื่อกลับเป็นแผ่นดินของยอดขุนพลนักรบหลังม้าเจนกีสข่านนั่นเอง คือ มองโกเลีย อันดับ 69 ได้อันดับสูงกว่าประเทศญี่ปุ่นกับฮ่องกงด้วยซ้ำไป

 

 

ส่วนประเทศในอาเซียนที่อันดับดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ติมอร์ตะวันออก ประเทศน้องใหม่ ได้อันดับ 98 จากปีก่อนที่อยู่อันดับ 99 โดยในประวัติศาสตร์ของประเทศ ไม่มีนักข่าวต้องติดคุกจากการทำงานเลย เป็นสถิติที่ดีเสียด้วย ทั้ง ๆ ที่มีประชากรน้อยกว่า 1.2 ล้านคน แถมรัฐธรรมนูญก็สนับสนุนการทำงานของสื่อ มีกฎหมายคุ้มครองสื่อมวลชน แต่ก็น่าจับตาว่ารัฐบาลจะสนับสนุนเสรีภาพสื่อไปมากน้อยนานแค่ไหน ซึ่งติมอร์ตะวันออกได้อันดับสูงกว่าอินโดนีเซียประเทศที่เคยอยู่ร่วมกันที่ได้อันดับ124

 

และหากนักข่าวไทยไม่อยากไปเที่ยวทำข่าวที่ประเทศไหน เพราะรักชาติ ทางประเทศไทยเราก็อยู่ในอันดับที่ร่วงจากปีก่อนซึ่งเคยอยู่อันดับ 136 มาอยู่ที่ 142 ทางองค์กรให้คำนิยามการทำงานสื่อมวลชนในไทยว่า “ถูกปิดปากด้วยความสงบเรียบร้อย” เอาสั้น ๆ ก็พอ ไปหาอ่านเต็ม ๆ กันในเว็บไซค์ว่ามีเรื่องอันใดบ้างที่ทำให้สื่อมวลชนในไทยทำงานกันอย่างมีเสรีภาพลดลงจากปีก่อน

 

อย่างไรก็ดีประเทศไทยเราก็ยังสูงกว่า เม็กซิโก รัสเซีย เอธิโอเปีย สิงคโปร์ ตุรกี อิรัก อียิปต์ แต่เราได้อันดับต่ำกว่าอัฟกานิสถาน ทั้ง ๆ ที่ประเทศนี้มีสงครามกันอย่างยาวนาน

 

ส่วนอันดับสุดท้าย จะเป็นใครไปได้ แน่นอน เกาหลีเหนือได้คะแนนสูงสุดแต่อันดับโหล่สุด เพราะคนในประเทศก็เสพข่าวจากสำนักข่าวของรัฐเองที่คอยป้อนข้อมูลให้ ขนาดโดนส่งไปทำงานที่ค่ายใช้แรงงานก็ยังต้องฟังวิทยุจากของรัฐ ทั้งนี้องค์กรสื่อระบุว่า แม้จะมีสำนักข่าวเอพี และเอเอฟพีไปจับมือกับสื่อของรัฐเปิดสำนักงานที่เกาหลีเหนือแล้ว แต่รัฐก็ยังเต็มเปี่ยมและเต็มใจในการควบคุมสื่อเหมือนเดิม แถมยังมีการไล่นักข่าวอังกฤษออกจากประเทศเมื่อปี 2016 เสียด้วย

 

เรื่องราวทั้งหมดสรุปมาเพียงข้อมูลคร่าวๆ หากทุกท่านโดยเฉพาะนักข่าวอยากเลือกประเทศเที่ยวเดินทางแถมทำงานข่าวมาเผยแพร่ ก็ลองพิจารณากันเอาได้ที่ https://rsf.org/en/ranking# ข้อมูลแน่น จะได้เลือกประเทศเดินทางกันได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วนกันนะ

 

ธันวาคมเดือนสุดท้ายของปีแบบนี้ หากนักข่าวอยากเดินทางไปไหน หวังว่าข้อมูลของ Detectteam คงจะพอช่วยเหลือได้ แล้วมาดูกันว่าปีหน้าอันดับประเทศต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงกันอย่างไร โดยเฉพาะประเทศไทย คะแนนจะน้อยหรือจะเพิ่ม ก็คงต้องจับตากันต่อไปด้วยความระทึกขวัญ

 

-D-