ใหม่ สุภาภรณ์ ใจหนุน เป็นเจ้าของเพจ “เก็บกระเป๋า” ที่มียอดคนติดตามเกือบ 2 แสน หลังทำมาได้เพียง 2 ปีเท่านั้น อดีตเคยทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ปัจจุบันเธอหันมาทำงานดูแลเพจเพียงอย่างเดียว เป็นอาชีพที่บอกคนทั้งโลกได้อย่างภาคภูมิใจ

 

“เพจท่องเที่ยวเดี๋ยวนี้เยอะมาก ก็ต้องหาทางฉีกแหวกแนวให้แตกต่าง ตอนนี้เราเป็น Travel Blogger ทุกวันนี้มันเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้  จากเมื่อก่อนไม่คิดว่ามันเป็นอาชีพได้ด้วยซ้ำไป”

 

จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยว เริ่มจากเมื่อใหม่ทำงานเป็นมนุษย์ออฟฟิศที่ปราจีนบุรี พบว่าจันทร์ถึงศุกร์ ระยะเวลาการทำงานมันดูดพลังชีวิตเธอไปหมด ทั้ง ๆ ที่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ใหม่จะไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ เสมอ แต่เมื่อทำงานโลกแห่งงานประจำตรึงเธอไว้กับการเดินทางเพียงแค่ไปที่ทำงานและกลับที่พัก

 

“เราเฝ้ารอถึงวันศุกร์ ถึงเมื่อไหร่เราออกไปเที่ยวเลย วางแผนไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วจะกลับมาเช้าวันจันทร์ จากนั้นก็ตรงไปทำงาน เราเริ่มเที่ยวต่างจังหวัดก่อน เน้นเที่ยวในประเทศเพราะมันไม่แพง เราเน้นคุ้มค่า ทีนี้พอเราเริ่มเที่ยวมากขึ้น มันก็กลายเป็นการออกเดินทาง การที่เราทำงานประจำมันทำให้ความหมายชีวิตหายไป เราจึงต้องออกเดินทางเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ชีวิต”

 

เธอเล่าต่อว่า การออกเดินทางสไตล์ใหม่นั้น ไม่เน้นล่าจังหวัดล่าแต้มว่าไปมาแล้วเท่าไหร่ ที่จริงเธอไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง เน้นประเทศเพื่อนบ้านของไทย แต่ในประเทศ บางครั้งเธอก็เลือกไปจังหวัดซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง “อย่างเชียงใหม่ เราไปตลอดเลย มันมีที่เที่ยวใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาตลอด เราชอบธรรมชาติ ชอบภูเขามากกว่าทะเล”

 

 

ใหม่บอกว่า ชอบเที่ยวกับเพื่อน มันเป็นตัวของตัวเอง สนุก เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน พอมาเจอหน้ากัน ไปเที่ยวดัวยกัน มันสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนเหมือนต่อติดอีกครั้ง และคราวนี้แน่นแฟ้นกว่าเดิมด้วย

 

“เราเป็นคนไม่เที่ยวคนเดียวนะ ไปแล้วไม่สนุก หดหู่มาก”

 

นอกจากนี้ใหม่ยังยอมรับว่าการเป็นผู้หญิงทำให้การไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ในบางครั้งนั้น มันลำบากและสู้แรงผู้ชายไม่ได้ ความแข็งแรงกำลังตอนขึ้นเขาผู้ชายจะได้เปรียบกว่า อีกอย่างเราต้องมองโลกตามความเป็นจริง การเป็นเพศหญิงแล้วออกเที่ยวนั้น อันตรายเหมือนกัน

 

“อยากฝากถึงนักเดินทางท่องเที่ยวทั้งหลายว่า เรื่องคนต้องระมัดระวังนะ หากกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ส่งโลเคชั่นผ่านมือถือไปให้คนรู้จักเพื่อป้องกันตัวเอง จะไปไหนมาไหน จองที่พักอะไร ก็ต้องเช็กให้เรียบร้อยก่อน เราต้องไม่พยายามเอาตัวเองไปเสี่ยง ยามวิกาล ยามดึก ให้ไปกับเพื่อนเยอะ ๆ จะดีกว่า”

 

ใหม่ยอมรับว่าเป็นคนติดเพื่อน ดังนั้นอย่างน้อยทุกการเดินทางจะต้องมีเพื่อนอย่างน้อย 1 คนตามไปด้วย

 

“เราอยากย้ำว่า การเดินทางคนเดียวมันอันตราย อันนี้เราไม่ได้โลกสวยนะ แต่มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ แม่เราก็เป็นห่วง กลัวเรื่องคน การหลงทาง เพราะเรามั่วมากเรื่องทาง ไม่ใช่มนุษย์แผนที่เลย ดังนั้นต้องไปกับเพื่อนเพื่อช่วยเหลือกัน”

 

และสาเหตุสำคัญที่เธอชอบออกเดินทางไปเที่ยวกับเพื่อน

 

ก็เพราะว่า…ออกเดินทางไปกับคนที่สนิทอยู่แล้ว เมื่อกลับมาก็จะยิ่งสนิทกันมากขึ้น

 

 

เจ้าของเพจ “เก็บกระเป๋า” เผยต่อว่า การนั่งอ่านรีวิวของคนอื่น มันไม่ได้ความรู้สึกอะไรเลย มีเพียงข้อมูล เราต้องไปเห็นเอง มันได้ความรู้สึกที่ดีกว่า ได้เห็นของจริงด้วยตาตัวเอง มันสร้างความประทับใจอย่างยิ่ง เพราะมันได้สัมผัสด้วยตัวของเราเอง

 

ปัจจุบันคนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวเยอะ ใหม่คิดว่า เป็นเรื่องที่ดีและเธอชอบมาก เพราะเมื่อคนเริ่มออกเดินทาง เหมือนพาตัวเองออกจาก Comfort Zone อีกทั้งยังกระจายรายได้ให้กับคนในประเทศกรณีที่ออกเดินทางไปต่างจังหวัด แถมยังเสริมประสบการณ์ของคนเที่ยวให้มากขึ้นอีก ทุกวันนี้จึงมีการแบ่งกลุ่มเที่ยวตามประเภทที่สนใจ เช่น สายวิถีชีวิต สายแนวชิค ๆ คูล ๆ สายซึมซับ สายปีนเขา สายทะเล นักเดินทางก็จะได้เพื่อนสนิทเพิ่มขึ้น เพราะเป็นคนที่ชอบเที่ยวแนวเดียวกัน

 

“เรายังได้เป็นเพื่อนเป็นบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 100 คนเลย”

 

ใหม่เป็นคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวมาก และหาก Detectteam ไม่ถามถึงที่มาที่ไปของเพจ “เก็บกระเป๋า” ก็คงจะเชยยิ่งนัก ดังนั้นจึงต้องถามไปในบัดดล ใหม่ก็ตอบมาอย่างทันทีว่า เกิดจากการไปเที่ยวที่ต่าง ๆ เยอะ ก็เอารูปลงพื้นที่ส่วนตัวในโลกอินเทอร์เน็ต ทีนี้คนเห็นน้อย ใหม่คิดได้ว่าข้อมูลการเดินทางไปที่ต่าง ๆ เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น จึงเริ่มจากนำเรื่องราวไปลงเว็บไซค์ยอดนิยมขวัญใจนักเดินทางทั้งหลาย อย่าง พันธ์ทิพย์ ต่อมาก็นำเรื่องราวลงผ่านเฟสบุ๊คเป็นหลักเพราะชอบเล่นเฟสฯ

 

ส่วนเพจ “เก็บกระเป๋า” นั้น มาเริ่มลองทำตอนหลัง เมื่อเพื่อนยุให้ทำ ก็เลยลองทำ มันจึงถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายน 2015 โดยใหม่เป็นคนตัดสายสะดือให้เพจได้เกิดขึ้นในโลกเฟสบุ๊คนี้

 

“ทีแรก เราดังจากกระทู้ไปเที่ยวเวียดนามตอนใต้ในพันธ์ทิพย์ก่อน ซึ่งคนนิยมมาก จนทุกวันนี้ยังมีคนส่งข้อความมาขอข้อมูลท่องเที่ยวจากเราอยู่เลย เพราะตอนเราเขียน เราเขียนแบบละเอียดมาก แบบละเอียดเว่อร์….(เธอหัวเราะ) แบบหลับตาเดินได้เลย มันเหมาะกับคนที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย จากนั้นเราก็ลุยต่อในเพจเฟสฯ”

 

 

ประสบการณ์จากการเดินทางก่อขึ้นในใจเราโดยไม่รู้ตัว เผลอนิดเดียวเราก็กลายเป็นผู้เห็นโลกกว้างและดื่มด่ำในธรรมชาติแล้ว เพจ “เก็บกระเป๋า” ก็เช่นกัน ค่อย ๆ ของค่อย ๆ ก่อตัวมาทีละนิดทีละหน่อย ตอนแรกใหม่กลัว เพราะไม่ชินกับการเผยเรื่องราวการเที่ยวของตัวเองสู่โลกสาธารณะ ไม่อยากดัง เธอกลัวการเสียพื้นที่ชีวิตส่วนตัว

 

แต่เมื่อทำไปเรื่อย ๆ “เก็บกระเป๋า” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทันที อย่างน้อยในทุกวันจะต้องมีโพสท์ปรากฏ 1 โพสท์ คนที่เข้ามาติดตามในระดับหลักสองแสนนั้น ทุกคนเป็นเพื่อนของเธอทั้งสิ้น

 

“คนตามเพจเรา คงเพราะมีสไตล์การเที่ยวคล้ายกัน คือชอบเที่ยวภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่ ตอนเราโพสท์ลงแรก ๆ เราไม่เปิดหน้าตัวเองนะ ไม่อยากให้ใครรู้ แต่เราก็มานั่งคิด เราเรียนจบด้านประชาสัมพันธ์มา คิดถึงใจคนติดตามเพจ เขาก็คงอยากรู้ว่าไอ้คนเที่ยวมันเป็นใครอะไรยังไง คือ..มนุษย์มันมีความอยากรู้ตลอดเวลา เราก็เลยเปิดหน้า แนะนำตัว ให้ทุกคนรู้จักประวัติ รู้ยันพฤติกรรมเที่ยวของเราไปเลย คนก็เลยชอบกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 18-25 ปี ที่ผ่านมาเราจะเที่ยวแนวของเราเอง เป็นพวกแนวธรรมชาติ แบบบ้าน ๆ ไม่แพง”

 

“เก็บกระเป๋า” อยู่ในความดูแลของเธอเพียงคนเดียวในฐานะแอดมิน ทั้งถ่ายรูป เดินทางท่องเที่ยว ตัดคลิปวีดีโอเอง ใหม่รู้ข้อจำกัดในเรื่องนี้ดี จึงสงวนการเดินทางท่องเที่ยวเผยแพร่ลงเพจเพียง 4-5 เรื่องใน 1 เดือน

 

“ตอนทำเพจเรางงเลยนะว่า พอมียอดตามเยอะ ๆ จะมีโฆษณาติดต่อเข้ามา เราไม่รู้มาก่อนว่า ทำเพจแล้วได้เงินด้วยเหรอ ไม่รู้ว่าทำเพจแบบนี้เป็นอาชีพได้ด้วยซ้ำไป”

 

ใหม่บอกว่า เสน่ห์ของเพจเธอที่ลูกเพจบอกมาคือ รอยยิ้มของเธอเอง ใหม่ชี้แจงว่า เธอเป็นคนไม่สวย แต่มีดีที่ยิ้มสวย ลูกเพจคนติดตามเห็นก็ชอบใหม่ยิ้ม เพราะความไม่สวย จะให้ไปทำหน้านิ่งเหมือนพวกฮิปสเตอร์ก็กระไรอยู่ อีกอย่างอุตส่าห์จัดฟันมาแล้ว ก็อยากโชว์ฟันหน่อย (เธอหัวเราะ) พอยิ้มแล้วปรากฏกระแสดี แต่ตอนนี้ต้องลดปริมาณยิ้มลงหน่อย “เพราะตีนกาขึ้น (ฮา)”

 

“ลูกเพจบอกมาว่า เห็นรอยยิ้มแอดแล้ว มันมีกำลังใจทำงานมากขึ้น เราเห็นแล้วก็แบบ…รู้สึกดีมาก ในเพจจึงเห็นเราลงรูปตัวเองยิ้มเยอะมาก ทุกรูปเลยก็ว่าได้ ก็มีการคอมเมนท์ชมตลอด”

 

อนาคตของเพจ “เก็บกระเป๋า” อาจจะมีการเปิดเว็บไซค์และทำคลิปวีดีโอลงยูทุบมากขึ้น ส่วนการไลฟ์สดผ่านทางเฟสฯนั้น เธอทำอยู่แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับสัญญาณมือถือในสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ ด้วย นอกจากนี้ในอนาคตหญิงสาวอาจจะลดการเดินป่าลง เพราะอายุเยอะและเวลาไม่มีพอเตรียมร่างกายเข้าป่า คงจะเน้นเที่ยวที่พักซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวในตัวมากขึ้น

 

 

สุดท้ายนี้ เจ้าของเพจ “เก็บกระเป๋า” แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากชวนให้คนไปกัน

 

นั่นก็คือ..

 

ภูสอยดาวนั่นเอง

 

“ต้องไปหน้าฝน ดูดอกหงอนนาค สีม่วง ๆ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จะขึ้นช่วงหน้าฝน มันจะขึ้นตรงลานสนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เราอยากให้ทุกคนไปภูสอยดาว มันแบบ ว้าววววว…เว่อร์เลย มีกิจกรรมทำตลอด 9 โมงเช้าดอกไม้ก็จะเริ่มบาน มีน้ำตก มีเส้นแบ่งเขตแดนไทย-ลาว ถ้าไปหน้าฝนก็จะเห็นหมอกฝน มันคุ้มมาก ตอนเดินขึ้นก็เหนื่อยสุด ๆโดยเฉพาะเนินมรณะ เราแทบคลานขึ้นเลย ใครอยากลองของให้มาที่นี่ ตอนมาเที่ยวใหม่ไปกับเพื่อน 2 คน แบกเป้กัน 6 ชั่วโมง เพื่อนคนนี้พอไปเที่ยวกลับมาแล้ว เราสนิทรักกันมาก มันได้อะไรมากกว่าการเที่ยวจริง ๆ ขอเชิญชวนนะ ถ้ายังมีแรงอยู่ให้มาเถอะ ก่อนที่จะไม่มีแรง…”

 

แล้วจะมาเสียใจภายหลัง…เธอย้ำ

 

ใหม่ขอปิดท้าย ด้วยประโยคที่ได้มาจากช่วงเริ่มเที่ยวเดินทางแรก ๆ สมัยยังทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนประจำออฟฟิศ ตอนนั้นเธอพบว่าความหมายชีวิตหายไป แต่เมื่อเดินทาง ชีวิตก็กลับมามีความหมาย เพราะตลอดการท่องเที่ยว เหมือนว่าได้ชาร์จพลังไปในตัว

 

“ชีวิตมีความหมายอีกครั้ง เพราะการเดินทาง” เธอปิดประโยคสุดท้ายในการสนทนา

 

Detectteam หวังว่าผู้อ่านจะได้ดื่มด่ำและมีกำลังใจในการทำให้ชีวิตมีความหมายอีกครั้ง

 

ดังเช่นชื่อเรื่องนี้…

 

-D-