หากย้อนกลับไปสมัยวัยเด็กหลังจากที่ร่ำเรียนกันอย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งสัปดาห์ วันเสาร์-อาทิตย์ จะเป็นวันที่ตื่นเช้าโดยที่แม่ไม่ต้องเรียกให้ตื่น เพื่อมารอดูการ์ตูนในช่วงเช้าทางหน้าจอโทรทัศน์ช่องต่างๆ โดยเฉพาะการ์ตูนจากฝั่งอเมริกาจากค่าย DC Comics และ Marvel Studios ที่มีฮีโร่ ผู้มีพลังพิเศษ เป็นตัวชูโรง สร้างความสนุกสนานและเป็นไอดอลให้อยากเป็นฮีโร่ ทำให้เกิดกลุ่มแฟนคลับประจำค่ายขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

 

ในประเทศไทยเองก็มีแฟนคลับที่ชอบในซุปเปอร์ฮีโร่ค่าย DC Comics และได้รวมกลุ่มตั้งเพจเฟสบุ๊ก DC Universe Club ขึ้นมา เพื่อไว้เป็นที่พูดคุย ลงข้อมูลความเคลื่อนไหวต่าง ๆ และลงเนื้อหาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เกี่ยวกับฮีโร่และตัวละครอื่นๆ จากค่าย ปัจจุบันมีผู้ติดตามเพจนี้ประมาณ 1.4 แสนกว่าคน ถือเป็นตัวเลขที่สูงทีเดียว

 

ดังนั้นเพื่อเข้ากับธีมการ์ตูนเดือนนี้ Detectteam จึงนั่งสนทนากับนายประวิทย์ สารธรรมวุฒิกุล หรือ โจ้ ปัจจุบันประกอบอาชีพ PR Marketing ของบริษัทแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มพ่วงดีกรีตำแหน่งแฟนพันธุ์แท้แบทแมนปี พ.ศ.2555 ประวิทย์เป็นผู้ก่อตั้งเพจ DC Universe Club และเขาจะมาถ่ายทอดมนต์มนต์เสน่ห์ฮีโร่จากค่าย DC Comics ว่าน่าหลงใหลและน่าสนใจอย่างไร

 

ประวิทย์เล่าว่า เริ่มทำเพจ DC Universe Club มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 หลังจากที่ได้ไปเข้าร่วมแข่งขันในรายการแฟนพันธุ์แท้แบทแมน ตนก็ได้รู้จักกับผู้เข้าแข่งขันในรายการเดียวกัน ซึ่งขณะนั้นก็ได้ทำเพจ The Dark knight rises อยู่ก่อนแล้วและได้รับการชักชวนว่าต่อไปหนังค่าย DC จะไม่ได้มีแค่แบทแมนอีกต่อไป แต่ยังจะมีซูเปอร์แมนและฮีโร่อื่นๆ อีกมากมาย ได้วยความที่ชอบแบทแมนเป็นทุนอยู่แล้ว จึงได้ตบปากรับคำตอบตกลงทันที

 

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำเพจ DC Universe Club

 

 

เจ้าของเพจเล่าต่อว่า ตอนนั้นไม่ได้จริงจังมาก โดยใช้ช่วงว่างหลังเลิกงานมาช่วยกันทำกับคนอื่น ๆ ทำกันแบบสนุกๆ แต่พอทำไปสักพัก เมื่อมีการอัพเดตข้อมูลเกี่ยวกับซูปเปอร์ฮีโร่ ปรากฎว่ามีคนเข้ามากดไลค์ แสดงความคิดเห็นมากขึ้น เมื่อตนได้อ่านคอมเมนท์ก็เริ่มมีกำลังใจ รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำ เลยเริ่มเขียนและหาบทความข้อมูลที่น่าสนใจอัพลงเพจอยู่เรื่อย ๆ

 

“ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับฮีโร่ค่าย DC นั้น ค้นหามาจากเว็บไซต์ต่างประเทศ บางทีก็เสียเงินไปอ่านมากจากเว็บไซค์ต่างประเทศ บางครั้งก็สั่งซื้อหนังสือสารานุกรมซูปเปอร์ฮีโร่และสารานุกรมการ์ตูนเกี่ยวกับ DC Comics ที่มีรายละเอียดที่ลึกรวมถึงมีประวัติความเป็นมา เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย แล้วจึงเอามาเขียนให้แฟนเพจได้ติดตามกัน”

 

สำหรับฮีโร่ที่ประวิทย์ชอบมากที่สุด แน่นอนดีกรีแฟนพันธ์แท้อย่างเขา ก็ต้องแบเบอร์ที่ “แบทแมน” อยู่แล้ว ซึ่งเขาเล่าขยายว่า ตอนเป็นเด็กนั้น พ่อได้ซื้อวีดีโอภาพยนตร์เรื่องแบทแมนปีพ.ศ. 2532 มาให้ชม โดยแบทแมนเวอร์ชั่นส์นั้น มีนักแสดงชั้นนำอย่างไมเคิล คีตัน รับบทเป็นมนุษย์ค้างคาว และแจ็ค นิโคลสัน รับบทศัตรูคู่แค้นตลอดกาลของแบทแมน คือ “โจ๊กเกอร์” อย่างไรก็ดีด้วยฝีมือการกำกับ โดยทิม เบอร์ตัน ประกอบกับยังเป็นเด็กมากในตอนนั้น ทำให้ไม่ชอบแบทแมนเลย เพราะภาพยนตร์ฉายบรรยากาศที่มืดหม่นแถมหูของแบทแมนก็ยังดูน่ากลัวอีกด้วย

 

“แต่ผมก็ดูบ่อยมากจนความกลัวเปลี่ยนเป็นความชอบแทน ทั้งอุปกรณ์ที่ดูไฮเทคในสมัยนั้น ทำให้อยากเป็นแบทแมนบ้าง แล้วเหตุผลที่ชอบแบทแมนอีกอย่าง คือความเป็นคนธรรมดาที่คิดอยากจะทำดี แล้วกลายเป็นฮีโร่ แสดงให้เห็นว่าคนธรรมดาก็สามารถเป็นฮีโร่ได้ ขอแค่เพียงมีความคิดที่อยากจะทำดีให้สังคมเท่านั้น”

 

เขาเล่าต่อว่าภาพยนตร์แบทแมนในแต่ละเวอร์ชั่นส์นั้น ก็มีมนต์เสน่ห์ของมัน แม้จะเป็นเวอร์ชั่นส์ที่มนุษย์ค้างคาวมีหัวนม ซึ่งโดนวิจารณ์เละเทะ แต่ประวิทย์ยืนยันว่า แบทแมนเวอร์ชั่นส์นั้นก็มีเสน่ห์ “บางครั้งเขาก็ออกแบบแบทแมนให้เหมือนการ์ตูน เราก็ต้องไปดูแบบการ์ตูน สำหรับผมมันสนุกทุกภาคนะ ไม่ต้องพูดถึงเวอร์ชั่นที่คริสโตเฟอร์ โนแลนกำกับ อันนั้นสุดยอดมากเลย”

 

ความหลงใหลในมนุษย์ค้างคาวต่อยอดให้ ชายหนุ่มติดตามแบทแมนตลอดมาไม่ว่าจะในรูปแบบของภาพยนตร์ทุกภาค หรือในฉบับการ์ตูน ช่วงนั้นมีสำนักพิมพ์ของไทยซื้อลิขสิทธิ์มาแปลแล้วให้สมัครสมาชิกรายเดือน โดยมีเลือกว่าจะอ่านการตูนตัวไหนก่อน เขาเลือกแบทแมนเป็นฉบับแรกและก็ตามด้วยการ์ตูนอีกเรื่องคือ ซูเปอร์แมน

 

“ซูเปอร์แมนจะเป็นด้านหนึ่งที่มีความสดใสของซูเปอร์ฮีโร่แตกต่างจากแบทแมนที่จะหม่น ๆ หน่อย” ประวิทย์อธิบาย แล้วขยายผลต่อว่า หากดูจากการวาด ซูเปอร์แมนจะลงสีแบบฉูดฉาด ส่วนเนื้อเรื่องของแบทแมนจะเน้นความเครียด เจอแก๊งมาเฟียที่โหดร้าย แต่ซูเปอร์แมนมีการเล่าเรื่องให้คนอ่านคิดตามในด้านบวก มองโลกในแง่ดี มีการให้กำลังใจผู้คน อ่านแล้วเหมือนเปิดโลกอีกด้านว่า ฮีโร่นั้นไม่ได้มีแค่ต่อยตีอย่างเดียว ยังสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คิดดี ทำดี สร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิตได้

 

 

อย่างไรก็ดีกระแสสังคมทั้งไทยและโลกยุคนี้ ที่ภาพยนตร์จากฝั่งค่ายDC และค่าย Marvel ปรากฏมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่กระแสนิยมกลับเป็นฝั่งค่ายMarvel เสียมากกว่า เรื่องนี้โจ้คิดว่าทางค่าย Marvel เก่งตรงที่ว่ารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขารู้ว่าฮีโร่ของพวกเขานั้นไปทิศทางไหนทำให้คนจำนวนมากที่ไม่ใช่แฟนฮีโร่สนุกกับหนัง แต่ทาง DC ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับฮีโร่ตัวอื่นนอกจากแบทแมน ที่มีการสร้างภาพยนตร์กันหลายภาคจนคนเบื่อ แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาทาง DC ก็ได้ปล่อยภาพยนต์เรื่องวันเดอร์วูแมน ที่ได้รับเสียงตอบรับจากผู้ชมได้ค่อนข้างดี ที่ในหนังได้ปรับโทนโดยการสอดแทรกมุกตลก ลดความจริงจังบางส่วนออกไปทำให้หนังไม่ดูมืดหม่นจนเกินไปนัก นับเป็นการปรับทิศทางของหนังจากฝั่ง DC ได้ถูกทางแล้ว

 

“ตอนนี้ยอมรับว่ามีประเทศไทยมีแฟนคลับจากค่าย Marvel มากกว่าค่าย DC เนื่องด้วยกระแสภาพยนตร์ที่ได้รับผลตอบรับค่อนข้างมาก ที่เพจผมบางทีก็มีคนมาถกกันว่าฮีโร่จากสองค่ายนี้ใครดีกว่ากัน มีถกกันจริง ๆ จัง ๆ แต่ก็ไม่ได้มีถ้อยคำรุนแรงหยาบคายอะไร”

 

สำหรับภาพยนตร์ “Justice League” ที่กำลังจะเข้าฉายในเดือนนี้ ประวิทย์บอกว่า แฟน ๆ DC หลาย คนล้วนเป็นห่วงมากว่า Justice League จะออกมาดีไหม ถึงแม้ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง “วันเดอร์วูแมน” จะประสบความสำเร็จก็จริง แต่สิ่งที่สามารถตัดสินว่าค่าย DC จะไปรอดหรือไม่ อยู่ที่ “Justice League” เท่านั้น

 

 

“หลายคนเป็นห่วงว่าจะดีไหม ก็ต้องรอดูตอนที่หนังเข้าฉายก่อน แล้วค่อยมาวัดกันอีกที แต่คิดว่าถ้าคนดูไม่ว่าจะเป็นแฟน DC หรือคนทั่วไปเข้าไปชมแล้วรู้สึกสนุกมีความสุขกลับมา ผมคิดว่าน่าจะประสบความสำเร็จแล้ว”

 

ทุกวันนี้ชายหนุ่มไม่ได้ทำเพจเพียงคนเดียว โดยมีน้องๆมาช่วยกันดูแลเพจเยอะขึ้น เพราะต้องแบ่งเบางานประจำของเขาที่ก็เยอะขึ้นด้วย แต่ชายหนุ่มก็ยังตื่นแต่เช้ามาเช็กข่าวและอัพเรื่องราวลงเพจทุกวัน หากถามว่าเหนื่อยไหม ชายหนุ่มยอมรับว่าเหนื่อย แต่ก็เป็นการเหนื่อยแบบมีความสุข เพราะได้ทำในสิ่งที่รัก

 

เจ้าของเพจกล่าวว่า บางครั้งการ์ตูนไม่ได้มีเพียงแค่ฮีโร่ไล่ต่อยเตะผู้ร้าย จับอาชญากรที่คิดจะครองโลกเท่านั้น บางครั้งก็ให้แง่คิดกับชีวิตว่า ทางออกของปัญหาสามารถแก้ได้หลากหลายวิธี คิดในแง่บวกเข้าไว้ ทุกปัญหามีทางออกเพียงมีสติซึ่งทุกวันนี้ก็นำมาปรับในการใช้ชีวิตประจำวัน  เราสามารถเป็นฮีโร่ในชีวิตจริงได้ด้วยการรู้จักให้ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ใช่รอรับอย่างเดียว บางการกระทำของตัวละครเป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้เห็นตัวเราว่าการทำดี ช่วยเหลือคนอื่นไม่ว่าจะวิธีใดก็แล้วแต่..เป็นเรื่องที่สวยงามและน่ายกย่องทั้งสิ้น

 

คำถามสุดท้าย Detectteam ถามว่าสำหรับผู้ที่ไม่เคยติดตามการ์ตูนจากค่าย DC เลย หากจะเริ่ม ควรเริ่มสนใจจากตรงไหนดี

 

ประวิทย์ใช้เวลาเพียงชั่วครู่แล้วพูดออกไปว่า

 

“ก็ไปดูDark Knight ซะนะ แล้วจะเข้าใจเอง”

 

-D-