หมาบิน

ที่มาภาพ Fanpage: ลานมะพร้าว

 

หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ” นักศึกษาที่เรียนการทำสื่อสิ่งพิมพ์คงเคยได้ยินคำนี้ เพราะคือสิ่งที่จะทำให้ผ่านหลักสูตรที่ร่ำเรียนมาตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย 

 

นักศึกษาหลายคนต้องฝึกฝนเป็นนักข่าวฝึกหัด บรรณาธิการฝึกหัด ช่างภาพฝึกหัด เรียนรู้วิธีการผลิตรูปเล่มหนังสือพิมพ์ ฯลฯ แต่ปัจจุบันนี้สื่อออนไลน์โค่นสื่ออื่นๆ อย่างรวดเร็วด้วยเรื่องราวสดใหม่ตีแผ่ทันท่วงที หลักสูตรวารสารศาสตร์ด้านสื่อสิ่งพิมพ์ล้วนปรับตัว บ้างเปลี่ยนหลักสูตร บ้างยุบหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ แล้วหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติหรือ “หนังสือพิมพ์นักศึกษา” จะอยู่ต่อไปอย่างไร?

 

รศ.ดร.สุกัญญา บูรณเดชาชัย ประธานสาขาวิชาวารสารศาสตร์ ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเดียวในประเทศที่ติดทะเล  ทั้งยังตั้งชื่อหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติว่า ลานมะพร้าว ให้ความเห็นว่า “ต้องยอมรับว่าวิกฤติสื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ส่งผลต่อการเลือกหลักสูตรของนักศึกษาอย่างมาก จากอดีตที่มีผู้เลือกสาขาวารสารฯ เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีนักศึกษาเลือกน้อยลงเห็นได้ชัดเพราะสื่อยักษ์ใหญ่ทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสารทยอยปิดตัว สร้างความไม่มั่นใจให้ผู้เรียน”

 

รศ.ดร.สุกัญญากล่าวถึงหลักสูตรที่เปลี่ยนไปว่านักศึกษาวารสารศาสตร์ รุ่นที่ 14 หรือรุ่นปัจจุบันของมหาวิทยาลัยบูรพาจะเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้ฝึกทำหนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์เต็มรูปแบบ ขณะที่นักศึกษารุ่นต่อไปจะปรับเปลี่ยนเป็นการเรียนรู้ “วารสารศาสตร์แบบหลอมรวมสื่อ” (Convergent Journalism) ในหลักสูตร นักศึกษาจะได้เรียนรู้การทำสื่อรูปแบบสื่อผสม เน้นช่องทางออนไลน์ เช่น ยูทูป ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก เป็นต้น แต่ถึงอย่างไรยังคงทำ ลานมะพร้าว  แม้จะลดปริมาณจาก 2 เล่มต่อปีการศึกษา เป็น 1 เล่ม ทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษายังมีความรู้ในการทำหนังสือพิมพ์เพราะสื่อสิ่งพิมพ์เป็นหัวใจหลักของการเป็นสื่อมวลชน

 

 

“หากครูยังอยู่นักศึกษาทุกคนยังต้องได้ทำหนังสือพิมพ์”

รศ.ดร.สุกัญญา บูรณเดชาชัย

 

ที่มาภาพ https://issuu.com/ictsilpakorn8/docs/looksilp102

 

 

อาจารย์อริน  เจียจันทร์พงษ์ อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้อยู่เบื้องหลังหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ  ลูกศิลป์ และเป็นอดีตนักข่าวหนังสือพิมพ์ย้ำถึงบทบาทของการเรียนวารสารศาสตร์ในรั้วสถาบันการศึกษาว่า  “มหาวิทยาลัยมีหน้าที่สอน ‘หลักการในการทำข่าว’ ให้นักศึกษาเข้าใจถึงสิทธิในการทำข่าว การพิสูจน์ข้อเท็จจริง สิทธิของผู้คนหลายภาคส่วนในเนื้อหาข่าว เช่น การทำข่าวปัญหาการขายของบนทางเท้า เมื่อจะนำเสนอประเด็นหรือผลกระทบที่เกิดขึ้น ควรสัมภาษณ์ใคร แม่ค้าพ่อค้าที่เปิดร้านเขาว่าอย่างไรกันบ้าง คนเดินริมทางเท้ารู้สึกอย่างไรกับการตั้งร้านค้า เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบมีความเห็นอย่างไร เหล่านี้คือสิทธิและเสียงของผู้คนที่ได้รับผลกระทบและเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ ทำอย่างไรที่เราจะไม่ทิ้งสิทธิเหล่านั้น และต้องปรับรูปแบบการนำเสนอแก่นของข่าวสารตามช่องทางการสื่อสารยุคปัจจุบันด้วย”

 

 

“ถึงจะมีการปรับหลักสูตรการเรียนวารสารศาสตร์

ก็ไม่จำเป็นต้องยุบหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ”

อาจารย์อริน เจียจันทร์พงษ์

 

 

คำตอบจากครูวารสารฯ แสดงให้เห็นว่าแหล่งเพาะต้นกล้าก่อนเป็นต้นไม้ใหญ่นั้นต้องหาทางปรับตัวเพื่อสร้างเสริมเหล่าต้นกล้าให้แข็งแรงสามารถยืนหยัดในแวดวงสื่อในอนาคต ทว่าการได้ฝึกทำ “หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ” ยังนับว่าเป็นปุ๋ยสำหรับต้นกล้าเหล่านั้น

 

สำหรับ อภิพร  อัศวจิตตานนท์  นักศึกษาภาควิชานิเทศศาสตร์ สาขาวารศาสตร์ รุ่นที่ 14 มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายที่จะได้เรียนหลักสูตรการทำหนังสือพิมพ์เต็มรูปแบบเผยว่า รู้สึกใจหายที่รุ่นน้องจะไม่ได้เรียนหลักการทำหนังสือพิมพ์แบบครบถ้วน เพราะหลังจากนี้คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้ว่ากว่าจะได้หนังสือพิมพ์สักเล่มมีขั้นตอนหรือกระบวนการที่เหนื่อยเพียงใด เนื่องจากการทำสื่อออนไลน์ ปัจจุบันใครๆ ก็ทำได้แต่หนังสือพิมพ์นั้นโดยส่วนตัวคิดว่าต้องเป็นคนที่มีวิชาความรู้ในการทำจึงจะทำได้ ฉะนั้นหนังสือพิมพ์จึงมีคุณค่ามากกว่าสื่อออนไลน์

 

วุฒิพงษ์  วงษ์ชัยวัฒนกุล  หรือ แบงค์  นักศึกษาชั้นปีที่ 3 วิชาเอกวารสารและหนังสือพิมพ์ สาขานิเทศศาสตร์  คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร บรรณาธิการ ลูกศิลป์ หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติซึ่งคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดรางวัลพิราบน้อยจากสถาบันอิศรา พ.ศ. 2559 กล่าวว่าหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติของนักศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักศึกษาวารสารศาสตร์ที่จะได้สัมผัสการทำข่าวจริงๆ ได้เรียนรู้หลักการทำงานจริง แม้เป็นเพียงหลักปฏิบัติในห้องเรียนก็ตาม และถึงแม้สื่อสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่จะทยอยปิดตัวลงแต่ถือเป็นเรื่องเชิงธุรกิจ หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติของแต่ละมหาวิทยาลัยมีเงินทุนอยู่แล้วจึงไม่กระทบ อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยได้เน้นการทำข่าวออนไลน์มากขึ้นซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะทำให้นักศึกษาสามารถใช้หลักการในการทำข่าวมาใช้กับรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสำหรับปัจจุบันและอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

 

ณิชกานต์  อภิชาติ  หรือ มายด์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่าในยุคปัจจุบันที่สื่อสิ่งพิมพ์ต่างระส่ำไปตามๆ กัน ในฐานะผู้เรียนเห็นว่าการเรียนสื่อสิ่งพิมพ์หรือทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติยังมีความจำเป็น ทั้งยังสามารถใช้ต่อยอดไปสู่การเขียนบทวิทยุ-โทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์ได้อีกด้วย

 

“หนูว่าหนังสือพิมพ์เป็นอะไรที่อมตะนะคะเพราะเป็นสื่อต้นแบบ คนทำสื่อออนไลน์เก่งๆ ทุกวันนี้ผ่านการทำสื่อสิ่งพิมพ์มาก่อนทั้งนั้น คอนเทนต์ข่าวหรือสารคดีที่จุใจมากพอจะทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ในด้านภาษาดึงดูดผู้อ่านได้ และทำหนังสือพิมพ์ให้อยู่ในรูปแบบของออนไลน์ในรูปแบบของอีบุ๊กก็ได้”  มายด์กล่าวอย่างเปิดสายตากว้างต่ออนาคต

ที่มาภาพ https://suemuanchonnews.com

 

เล็ก หรือ บรรพต  พิลาพันธ์  นิสิตชั้นปีที่ 4  วิชาเอกวารสารศาสตร์  ภาควิชานิเทศศาสตร์  คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ สื่อมวลชน เล่าถึงความจำเป็นของการมีหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติว่าในมุมมองของคนเรียนนิเทศศาสตร์ เห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องเรียนหรือหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ เช่น ในขณะที่สื่อออนไลน์เขียนยาวแค่ไหนก็ได้ การทำหนังสือพิมพ์ฝึกให้เขียนข่าวโดยยังจำกัดเนื้อที่ สอนให้ต้องกระชับเนื้อหาและย่อให้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วย

 

เล็กกล่าวว่า “วารสารศาสตร์” ไม่ได้หมายถึงศาสตร์ที่ทำงานบนกระดาษอีกแล้วและกล่าวถึงการปรับตัวของหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติว่า  “ต้องปรับครับ ไม่ต้องยุบ หนังสือพิมพ์ของทางมหาวิทยาลัยมีการปรับหันไปใช้สื่อออนไลน์ควบคู่ไปด้วยโดยมีแฟนเพจและเว็บไซต์เพื่อให้เกาะกลุ่มนักศึกษามากขึ้น จากเมื่อก่อนใช้ภาพข่าวลงในฉบับพิมพ์เท่านั้นทุกวันนี้เพิ่มอินโฟกราฟิกเพื่อสรุปข้อมูลให้คนอ่านเข้าใจง่ายขึ้นและลงในออนไลน์ ต้องปรับการเขียนข่าวด้วย เพราะเราทำข่าวกันเป็นรายเทอม เราจึงทำเป็นสารคดีเชิงข่าว สกู๊ปข่าวเสียมากกว่า เราต้องเก็บข้อมูลให้มากเพื่อนำเสนอเพราะไม่ใช่ข่าวด่วนที่ต้องเสนอวันต่อวัน และการมีช่องทางออนไลน์ด้วยทำให้เรามีพื้นที่นำเสนอบางเรื่องได้มากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์

 

“ส่วนหนังสือพิมพ์ฉบับกระดาษ หนึ่งปีการศึกษาเราทำ 3 เล่ม ผลิตครั้งละ  500 เล่ม  หากถามหายอดขายว่ายังมีคนซื้ออ่านไหม ยังมีนะครับ เป็นเพื่อนของเพื่อนช่วยๆ กันซื้อ หรืออาจารย์มาอุดหนุน ส่วนนักศึกษาจะหันไปอ่านทางเว็บเพจเสียส่วนใหญ่ คิดต้นทุนการผลิตแล้วเราไม่ขาดทุน เพราะเราผลิตจำนวนน้อยและคงที่ ส่งประกวดส่วนหนึ่ง ส่งไปตามมหาวิทยาลัยที่มีคณะนิเทศศาสตร์ส่วนหนึ่ง เก็บไว้ให้อาจารย์และนักศึกษาส่วนหนึ่ง” เล็กเล่า

 

เมื่อถามว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ? เล็กกล่าวว่ารอบๆ มหาวิทยาลัยยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะ ทั้งประเด็นใหม่ๆ และประเด็นที่ต้องติดตาม เช่นข่าว “ป่ากางเกงใน” แหล่งมั่วสุมของวัยรุ่นใน จ.มหาสารคาม ซึ่งหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ สื่อมวลชน ได้นำเสนอประเด็นนี้ว่ามีการมั่วสุม ลักลอบมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นแล้วทิ้งกางเกงในไว้ในป่า จนเกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์และติดแฮชต์แท็ก #ป่ากางเกงใน สื่อใหญ่หันมาหยิบจับประเด็นนี้ไปนำเสนอ เป็นแรงผลักดันให้นักศึกษารู้ว่าการทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของสังคมอย่างเห็นได้ชัด

 

เล็กบอกว่าโดยส่วนตัวเขาชอบงานข่าวแต่ไม่รู้ว่าถ้าเรียนจบแล้วบริษัทที่ต้องการเข้าไปร่วมงานด้วยจะเป็นเช่นไรบ้าง ในฐานะคนรุ่นใหม่เขาเป็นห่วงวงการสื่อสิ่งพิมพ์ “เคยมีโอกาสพูดคุยกับพี่ๆ นักข่าวถึงเรื่องของวงการสื่อหนังสือพิมพ์ พี่ๆ หลายคนบอกว่าหนังสือพิมพ์ไม่มีวันตาย เพียงแค่สื่อออนไลน์ถูกปรับให้ตอบสนองความต้องการของวัยรุ่นเท่านั้น แต่หนังสือพิมพ์ยังมีคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่ยังอ่านกันอยู่”

 

 

“ผมว่าถ้าหมดยุคเจเนอเรชันพ่อกับแม่ไป เมื่อถึงยุคของพวกผม

มีความเป็นไปได้ที่หนังสือพิมพ์จะหายไปจากสังคมไทย”

บรรพต  พิลาพันธ์

 

 

ในแวดวงวารสารศาสตร์ยังมีเวทีหนึ่งที่ทำให้นักศึกษามีกำลังใจทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ นั่นคือการประกวดหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติชิงรางวัล “พิราบน้อย” โดยสถาบันอิศรา  บางข่าวไม่น่าเชื่อว่ามาจากนักศึกษาที่ยังเรียนอยู่และมองประเด็นข่าวที่สะท้อนสังคมได้อย่างดีจนทำให้นักข่าวรุ่นใหญ่หลายคนต้องยกนิ้วให้และเป็นก้าวแรกที่ทำให้นักศึกษาหลายคนอยากเป็นนักหนังสือพิมพ์ 

 

รางวัลนี้มีหลักเกณฑ์การตัดสินคร่าวๆ คือ ถือเอาเนื้อหาสาระเป็นคุณค่า มีประโยชน์และก่อให้เกิดผลกระทบหรือสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ประเด็นมีความลึก ชัดเจน แหลมคม ทำให้เห็นแง่มุมใหม่ๆ มีจริยธรรมในการคัดเลือกและนำเสนอผลงานในกรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพ เป็นผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ และเป็นต้นฉบับของผู้ส่งเข้าประกวดเอง ไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร ฯลฯ

 

ตัวแทนของสถาบันอิศรากล่าวว่าปัจจุบันยังมีการประกวดหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและยังเปิดรับผลงานนักศึกษาทั้งในรูปแบบรายการโทรทัศน์ คลิปข่าว หรือข่าวออนไลน์ ไม่ใช่เพียงหนังสือพิมพ์เท่านั้น เพื่อตอบสนองช่องทางการสร้างสื่อที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน ส่วนอนาคตหากไม่มีหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ผลจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องให้เวลาเป็นผู้ตัดสิน

 

 

“เชื่อว่าทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง”

สถาบันอิศรา

 

 

มนุษย์เราอยู่กับหยดหมึกและกระดาษมานานหลายศตวรรษ วิกฤตของหนังสือพิมพ์ถูกท้าทายมาตั้งแต่สมัยโทรทัศน์เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนทั่วไป แต่หนังสือพิมพ์ผ่านพ้นวิกฤตนั้นมาได้มานานหลายสิบปีด้วย “นักหนังสือพิมพ์”

 

การทำหนังสือพิมพ์ขึ้นมาหนึ่งเล่มมีกระบวนการและขั้นตอนซับซ้อน ต้องใช้ความชำนาญด้านภาษาข่าว สำนวนการเขียนข่าว การจัดวางตัวอักษร การจัดวางรูปแบบหน้าหนังสือเพื่อให้คนอ่านเสพรับสะดวกสบาย กระบวนการเหล่านี้มีระยะเวลาในการผลิต “หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ” คือพื้นที่ให้นักศึกษาเข้าไปเรียนรู้ถึงโครงสร้าง ระบบการทำงาน และถามตัวเองว่ายังอยากเป็นนักหนังสือพิมพ์หรือไม่

 

สุดท้ายแล้ว เข็มนาฬิกาชีวิตของหนังสือพิมพ์ยังคงหมุนต่อไป ไม่มีใครรู้ว่าจะหยุดเดินเมื่อใด สู่ยุควารสารศาสตร์ที่เป็นมากกว่าศาสตร์แห่งกระดาษ

 

-D-

 

ขอขอบคุณ:  ภาพปก เบื้องหลังการทำงานหนังสือพิมพ์ สื่อมวลชน ของน้องๆ มหาวิทยาลัยมหาสารคม